เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

caughtoffside รายงานว่า แอตเลติโก มาดริด และ ยูเวนตุส ต่างกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการคว้าตัว โนนี่ มาดูเอเก้ ปีกของ อาร์เซน่อล ในตลาดซื้อขายรอบเดือนมกราคม

โดยรูปแบบดีลที่ถูกมองว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด คือการขอยืมตัวในเบื้องต้น ซึ่งอาจแนบออปชั่นซื้อขาดเอาไว้ในดีลด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เวลานี้ยังไม่มีการเจรจาอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งทัพ "ตราหมี" มองว่าแข้งทีมชาติอังกฤษรายนี้ เป็นผู้เล่นที่สามารถเข้ามาเพิ่มความเร็วและความดุดันให้กับเกมรุกของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ได้
2

L'Equipe รายงานว่า คีเลียนยัน เอ็มบัปเป้ ซุปตาร์ระดับท่านประธาน ได้ทำให้เพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสหลายคนไม่พอใจ หลังจากที่เขาแสดงความคิดเห็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับรางวัลบัลลงดอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ อุสมาน เดมเบเล่ เจ้าของรางวัลนี้เมื่อปีที่แล้ว ที่ดูเหมือนจะโกรธประธานเป้มาก เพราะมองว่าเป็นการทรยศหักหลัง ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวของทีมชาติฝรั่งเศสตึงเครียดและแตกออกเป็นสองฝ่ายก่อนการแข่งขันที่จะมาถึงในปลายเดือนนี้

บรรยากาศภายในทีมชาติฝรั่งเศสเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากการโต้เถียงกันระหว่างสองดาวดังของทีมชาติฝรั่งเศสเมื่อไม่นานมานี้ เอ็มบัปเป้กล่าวว่าเขา "ถูกมองว่าเป็นผู้ถูกเลือกมาโดยตลอด" และบอกเป็นนัยว่าเพื่อนร่วมทีมของเขามี "เส้นทางอาชีพที่แตกต่างจากเขาออกไป" เนื่องจากอาการบาดเจ็บ เรื่องนี้กระตุกต่อมให้ เดมเบเล่ ตอบโต้ทันทีหลังเกมที่ปารีส แซงต์ แชร์แมงเอาชนะเบรสต์ 1-0เมื่อวันอาทิตย์ โดยกล่าวว่า "ผมไม่เคยเป็นผู้ถูกเลือกเลยนะ ผมทำงานหนักและได้รับรางวัลตอบแทนนี้(บัลลงดอร์)ด้วยปีที่ยอดเยี่ยมกับปารีส แซงต์ แชร์แมง ต่างหากล่ะ"

จากรายงานของ L'Equipe คำพูดเหล่านั้นเป็นจุดแตกหักสำหรับเดมเบเล่ ซึ่งมักเลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะแม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดหลายๆอย่างของกัปตันทีมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม

เจโรม เรอแต็ง อดีตนักเตะและนักวิเคราะห์ อธิบายว่า เดมเบเล่รู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับสถานการณ์นี้ โดยมองว่าคำพูดล่าสุดเป็นเหมือนการดูถูกเดมเบเล่โดยตรงเลย ความไม่พอใจนี้เกิดจากการที่ดูเหมือนว่าเอ็มบัปเป้ดูถูกเพื่อนร่วมทีมชาติของเขาเอง

เรอแต็ง เปิดเผยถึงความโกรธแค้นอย่างรุนแรงของเดมเบเล่ผ่านทาง RMC Sport โดยระบุว่า "เดมเบเล่เขารู้สึกว่าเขารับรู้เรื่องนี้ได้แย่มาก นั่นมันเป็นเรื่องแน่นอน เขาโกรธคีเลียนยัน เอ็มบัปเป้มาก มันเหมือนเป็นการทรยศสำหรับเขา คำพูดนั้นรุนแรงมาก แต่เขาก็รับมันอย่างนั้นจริงๆโดยที่ต้องเก็บนำความรู้สึกเอาไว้ในใจ" L'Equipe ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า เอ็มบัปเป้ไม่ทันตั้งตัวกับปฏิกิริยานี้เลย

ความไม่พอใจไม่ได้จำกัดอยู่แค่เดมเบเล่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่มีรายงานว่านักเตะทีมชาติฝรั่งเศสหลายคนเริ่มหมดความอดทนกับกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้แล้ว ความสามัคคีที่เคยมีในทีมกำลังแตกสลายกลายเป็นความภักดีที่แบ่งแยก นักเตะต่างสับสนและรู้สึกแปลกแยกจากแคมเปญของสื่อที่เกิดขึ้นรอบๆ รางวัลส่วนบุคคลนี้

เพื่อเน้นย้ำถึงความแตกแยกที่อันตรายนี้ เรอแต็งกล่าวเสริมว่า "ผมได้รับแจ้งว่ามีผู้เล่นหลายคนในทีมชาติฝรั่งเศสที่ไม่เข้าใจคำพูดของเขาเลย พวกเขาเชียร์เดมเบเล่มากกว่าเอ็มบัปเป้ ทั้งๆ ที่เป็นทีมเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีสองทีมแล้ว(เหมือนฟุบอลโลก 2010)"

จากรายงานที่ระบุว่าทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันเลยนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซีเนดีน ซีดาน จึงต้องเผชิญกับบรรยากาศตึงเครียดขณะที่เขาประกาศรายชื่อผู้เล่นชุดแรกในวันศุกร์นี้ เมื่อเอ็มบัปเป้และเดมเบเล่เดินทางมาถึงสนามซ้อมแคลร์ฟองแต็งเพื่อเตรียมตัวสำหรับช่วงพักเบรกทีมชาติ ผู้จัดการทีมชาติคนใหม่จะต้องเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองให้จบลงด้วยดี
3

สโมสรฟุตบอลซานโตสได้เซ็นสัญญากับฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จนจบฤดูกาล ด้วยทักษะทางเทคนิคและวิสัยทัศน์ในการเล่นที่โด่งดัง รวมถึงอาชีพการค้าแข้งที่ประสบความสำเร็จทั้งในยุโรปและทีมชาติบราซิล มิดฟิลด์รายนี้จะเข้าร่วมทีม "เปเช่" ด้วยสัญญาที่มีผลจนถึงสิ้นปี 2026

การกลับมาพบกันในฝันที่วิล่า เบลมิโร่
ซานโตสประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการคว้าตัวคูตินโญ่มาร่วมทีม ทำให้มิดฟิลด์วัย 34 ปีรายนี้จะได้ร่วมทีมกับเนย์มาร์ เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมทีมชาติมาอย่างยาวนาน การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับฟุตบอลบราซิล เพราะเป็นการรวมตัวของสองนักเตะพรสวรรค์ที่โดดเด่นที่สุดของประเทศในยุคปัจจุบัน ซึ่งทั้งคู่เริ่มต้นฝึกฝนทักษะในระดับเยาวชนของชาติ ก่อนจะได้ลงเล่นเคียงข้างกันในเวทีระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก 2018

การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับคูตินโญ่ ซึ่งกำลังมองหาจุดเริ่มต้นใหม่หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากในอาชีพการงานของเขา เพลย์เมกเกอร์รายนี้ไม่มีสังกัดมาตั้งแต่แยกทางกับวาสโก ดา กามา ทีมที่เขาเติบโตมา
4

อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม บรรลุข้อตกลงในหลักการ คว้าตัว อีฟส์ บิสซูม่า มิดฟิลด์ทีมชาติมาลีมาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัวเรียบร้อยแล้ว

De Telegraaf ระบุรายละเอียดสัญญาของกองกลางวัย 30 ปีรายนี้ไว้ดังนี้

บิสซูม่าซึ่งกลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์หลังหมดสัญญากับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กำลังอยู่ในขั้นตอนเข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อเตรียมลงทะเบียนเป็นผู้เล่นใหม่ของอาแจ็กซ์

สัญญาเบื้องต้นจะมีอายุจนถึง มิถุนายน ค.ศ. 2027 (June 2027) พร้อมพ่วงเงื่อนไขออปชันที่สโมสรสามารถขยายเพิ่มได้อีกในอนาคต
5

โรแบร์โต้ เดอ แซร์บี้ กุนซือของสเปอร์ส ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องความขัดแย้งกับมาธิส เตล ปีกอิหยังของทีม หลังจากทั้งคู่ถูกพบเห็นกำลังถกเถียงกันอย่างออกรสหลังจบเกมที่ท็อตแน่มเสมอกับเอฟเวอร์ตันแบบไร้สกอร์ หัวหน้าโค้ชของสเปอร์สใช้โอกาสนี้ให้คำแนะนำด้านแท็กติกในสนามทันที ขณะที่ทีมของเขายังคงรอคอยประตูแรกในพรีเมียร์ลีกต่อไป และ ชัยชนะนัดแรกด้วย

เดอ แซร์บี้ ได้ชี้แจงถึงลักษณะการพูดคุยหลังเกมกับเตล โดยยืนยันว่าท่าทางที่แสดงออกนั้นเป็นเพียงการให้คำแนะนำเท่านั้นหลังจากการเสมอกับเอฟเวอร์ตัน 0-0 อย่างน่าผิดหวังที่สนามท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม กล้องได้จับภาพกุนซือชาวอิตาลีกำลังสนทนาส่วนตัวอย่างจริงจังกับนักเตะดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ผลการแข่งขันทำให้สเปอร์สยังไม่ชนะใครเลย และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือยังไม่มีประตูเลยหลังจากลงเล่นไปแล้ว 4 นัดในฤดูกาลใหม่ของพรีเมียร์ลีก

ผู้จัดการทีมถูกพบเห็นว่ากำลังทำท่าทางไปยังประตู โดยเน้นย้ำว่าเขาคาดหวังว่ากองหน้าของเขาจะอยู่ตรงไหนเมื่อทีมครองบอล อดีตผู้จัดการทีมไบรท์ตันและมาร์เซย์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาเพียงแค่ใช้โอกาสนั้นเป็นการสอนเท่านั้น "ใช่ ผมสอนเขาในสนาม" เดอ แซร์บี้กล่าว

ประเด็นหลักของการสนทนาอยู่ที่การเปลี่ยนบทบาทของเตล และความรับผิดชอบเฉพาะของเขาเมื่อเล่นในตำแหน่งกองกลาง เดอ แซร์บี้ แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการวางตำแหน่งของนักเตะวัย 21 ปี เมื่อเทียบกับประตูและผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมท็อตแน่ม “รูปร่างของกองหน้า กองหน้าสามารถเล่นโดยหันไหล่เข้าหาประตูได้ ถ้าเราเล่นร่วมกับ (เจมส์) แมดดิสัน (โมฮัมเหม็ด) คูดูส และซาวิโอ้ เขาต้องเล่นเป็นกองหน้า และกองหน้าต้องมองไปที่ประตูไม่ใช่เหรอ?” ผู้จัดการทีมกล่าว

เดอ แซร์บี้ อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ในเกมที่เขาคิดว่าเทลขาดสัญชาตญาณที่จำเป็นในการฉวยโอกาสจากลูกเปิดจากริมเส้น กุนซือชาวอิตาลีชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่พลาดไปในการโจมตีลูกเปิดเข้ากรอบเขตโทษ โดยเน้นย้ำว่าเทลจำเป็นต้องฟื้นฟูพฤติกรรมที่เขาเคยสร้างไว้ในช่วงต้นอาชีพการค้าแข้ง “หรือลูกเปิดของโรเบิร์ตสัน เขาต้องอยู่ด้านในเพราะเขาเริ่มต้น (อาชีพ) ในตำแหน่งกองหน้า ตอนนี้เขาเล่นเป็นปีก แต่เขาเริ่มต้นอาชีพในฐานะกองหน้า” เดอ แซร์บี้ กล่าวเสริม

ความตึงเครียดในสนามเกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเดอ แซร์บี้ได้วิจารณ์ผลงานของเตลอย่างเปิดเผย หลังจากฟอร์มที่น่าผิดหวังในการแข่งขันกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ผู้จัดการทีมจึงตัดสินใจดรอปนักเตะชาวฝรั่งเศสคนนี้ไปนั่งสำรองในเกมที่จะพบกับเอฟเวอร์ตัน การเปลี่ยนแปลงทางแท็กติกนี้ทำให้โดมินิก โซลันกี้ กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ขณะที่เดอ แซร์บี้พยายามหาทางแก้ปัญหาการทำประตูที่ย่ำแย่ของทีม แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น แต่ผลการแข่งขันก็ยังคงเหมือนเดิม สเปอร์สยังคงดิ้นรนในการทำประตูและไม่สามารถเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นสามแต้มได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนและถูกดรอปเป็นตัวสำรอง เดอ แซร์บี้ ก็ยังคงยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับอดีตนักเตะพรสวรรค์จากบาเยิร์น มิวนิคยังคงแข็งแกร่งและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน เขาเน้นย้ำว่าวิธีการที่เข้มงวดแต่เปี่ยมด้วยความรักของเขานั้นเกิดจากความเชื่อมั่นในศักยภาพของนักเตะ “ผมรักมาธิสในฐานะนักเตะ ในฐานะคนๆ หนึ่ง ไม่มีปัญหาอะไร” ผู้จัดการทีมกล่าวอย่างหนักแน่น
6

ลามีน ยามาล ปีกวัยรุ่นยะลาของบาร์เซโลน่า กล่าวว่าเขา "สมควร" ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ แต่เอ็มบาปเป้คือคู่แข่งคนสำคัญของเขา ยามาลกล่าวว่า 'ผมกับเอ็มบาปเป้คือสองผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกไงอ่ะครับ' ก่อนจะอ้างว่าเขาสมควรได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในปีนี้

ยามาล เชื่อว่าเขาเหมาะสมที่จะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้ จากความสำเร็จในฟุตบอลโลกกับสเปนและชัยชนะในฉกับบาร์เซโลน่าแต่คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดของเขาสำหรับรางวัลฟุตบอลอันทรงเกียรตินี้คือ คีเลียนยัน เอ็มบัปเป้ คู่ปรับจากเรอัล มาดริด

“ผมเชื่ออย่างจริงใจว่ามีพวกเราสองคนที่เก่งที่สุดในโลก(เขากับประธานเป้) และปีนี้ผมสมควรได้รับรางวัลนี้เพราะสิ่งที่ผมได้รับมาไงครับ(แชมป์ลาลีก้าและแชมป์ฟุตบอลโลกล่าสุด)” ลามีนกล่าวในคลิปสัมภาษณ์ที่เผยแพร่โดยแพลตฟอร์มสตรีมมิงของสเปน Movistar เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“สำหรับผมแล้วนะ ผมกับพี่บ่าวเอ็มบัปเป้คือสองผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกอ่ะครับ มันชัดเจนนะสำหรับผม ผมไม่พรือเลย และทุกคนที่ดูการแข่งขันพวกเขาก็รู้เช่นกันว่า ผมกับพี่บ่าวเอ็มบัปเป้เก่งแค่ไหนอ่ะครับ”

เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส เป็นดาวซัลโวสูงสุดทั้งในฟุตบอลโลก ลาลีก้า และแชมเปียนส์ลีก และกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าไม่มีผู้เล่นคนไหนดีกว่าและเก่งกว่าเขาในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะไม่ได้คว้าแชมป์ใดๆ ก็ตาม

ยามาลได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งลาลีก้าประจำฤดูกาล 2025-26 ขณะที่บาร์เซโลน่าป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และต่อมาเขายังมีบทบาทสำคัญในการพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกที่ทวีปอเมริกาเหนือได้อีกด้วย

ปีกวัยรุ่นยะลาชาวสเปนรายนี้เป็นรองชนะเลิศเมื่อปีที่แล้ว โดยแพ้ให้กับอุสมาน เดมเบเล่ ขณะที่เอ็มบัปเป้ได้อันดับสามในปี 2023 ซึ่งเป็นปีที่ลิโอเนล เมสซี่คว้ารางวัลนี้เป็นสมัยที่แปดซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรางวังบัลลงดอร์แล้ว
7

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่าเขาต้องปรับเปลี่ยนแผนการเล่นอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากนั้นก็กำชับให้ผู้เล่นรับรู้แผนการที่ต้องปรับปรุงใหม่ หลัง ฟิล โฟเด้น โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 23 ในครึ่งแรก

โดย มาเรสก้า ก็ไม่ได้หลีกเลี่ยงความจริงที่ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ตัวเองลำบากมากขึ้นเมื่อเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในการเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแต่กุนซือของซิตี้ก็ทำให้ผู้เล่นของเขารู้ว่ามันจะยากแค่ไหนสำหรับยูไนเต็ดเมื่อพวกเขาลงสนามในครึ่งหลัง

ซิตี้เสียเปรียบจากการที่ฟิล โฟเด้นโดนใบแดงในนาทีที่ 23 หลังจากตอบโต้การยั่วยุของบรูโน่ เฟอร์นันเดส โดยการไปดีดขาใส่กัปตันทีมทัพปีศาจแดง ซึ่งมาเรสก้าคิดว่านั่นก็สมควรที่ โฟเด้นจะได้รับใบแดงเช่นกัน โค้ชของซิตี้ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นทันที โดยย้ายรายัน เเชร์กีไปเล่นริมปีกในช่วงที่เหลือของครึ่งแรกเพื่อรักษาตำแหน่งพื้นที่ของสนามเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ขอให้ลูกทีมที่เหลือเล่นอย่างรัดกุมด้วย

เขาทำการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในช่วงพักครึ่ง โดยส่งอิลิมาน เอ็นดิอายลงมาแทนเเชร์กีซึ่งเป็นการลงสนามครั้งที่สามของนักเตะที่เซ็นสัญญามาจากเอฟเวอร์ตันในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ แม้ว่าซิตี้จะตกเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้พวกเขาสามารถบุกขึ้นหน้าได้ทุกเมื่อที่มีโอกาสเอื้ออำนวย ต่อพวกเขา

"รายัน เเชร์กีเป็นผู้เล่นระดับท็อป แต่ในตอนนั้นเราต้องการอะไรที่แตกต่างออกไป" มาเรสก้า กล่าว "เราต้องการผู้เล่นที่สามารถเรียกฟาวล์ได้ เข้าปะทะกับผู้ฝ่ายตรงข้ามได้ และแนวคิดสำหรับครึ่งหลังคือการให้ อิลิมาน(เอ็นดิอาย) อยู่ด้านหนึ่ง อองตวน(เซเมนโย่) อยู่ด้านหนึ่ง และเออร์ลิ่ง(ฮาลันด์) เมื่อเรามีโอกาสโจมตี เราต้องโจมตีให้เต็มที่"

"เราไม่สามารถเอาแต่ตั้งรับได้ เราต้องครองบอลได้ดีพอสมควรในครึ่งหลัง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเราเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ผมคิดว่าถ้าในครึ่งหลังเราเอาแต่รอจังหวะ ไม่บุก หรือไม่โต้กลับ เกมก็จะยากขึ้นสำหรับเรามาก ยากกว่าเดิมด้วยซ้ำ"

เอ็นดิอายถูกส่งลงสนามเพื่อให้แน่ใจว่าซิตี้ยังคงสร้างความอันตรายในสนามได้ และให้ผู้เล่นกลับมาลงสนามในครึ่งหลังด้วยความเชื่อว่าแม้พวกเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่การที่ฝ่ายตรงข้ามมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนในสนามกลับมีข้อเสียอยู่บ้างก็ได้นะ

"ข้อความที่ผมบอกกับผู้เล่นในช่วงพักครึ่งคือ เกมนี้ยากขึ้นสำหรับเราอยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่ก็ยากขึ้นสำหรับพวกเขาเช่นกัน ดังนั้นจงเชื่อมั่นว่าเราสามารถที่จะชนะเกมนี้ได้" มาเรสก้าเสริม "พวกเขาเก่งเรื่องการเปลี่ยนเกมรุกเป็นเกมรับ และมีพื้นที่ว่างด้านหลังแนวรับ การที่เราลดผู้เล่นลงเหลือ 10 คน ทำให้เราไม่เสียโอกาสในการเปลี่ยนเกมรุกเป็นเกมรับ หรือมีพื้นที่ว่างด้านหลังแนวรับ ดังนั้นเกมมันจึงยากมากขึ้นสำหรับเรา แต่ก็ยากขึ้นสำหรับพวกเขา(แมนเชสเตอร์ ยูไนเนเต็ด)เช่นกัน จงเชื่อมั่น และ สู้ต่อไป และสุดท้ายเราจะชนะเกมนี้ได้ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆผมมีความสุขมากๆที่ลูกทีมสามารถทำมันได้"
8

จากรายงานของ La Gazzetta dello Sport ดาเนียล มัลดินี่ กองหน้าของกายารี่ ไม่ผ่านการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเช้าวันอาทิตย์เท่านั้น แต่ยังตรวจพบสารเสพติดในการทดสอบเบื้องต้นอีกด้วย

สถานการณ์ของดาเนียล มัลดินี่ กองหน้าของกายารี่ ลูกชายของเปาโล มัลดินี่ ตำนานทีมชาติอิตาลีและเอซี มิลาน กำลังย่ำแย่ลงเรื่อยๆ นักเตะวัย 24 ปีประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเช้าวันอาทิตย์ในเมืองมิลานหลังจากที่เขาทำประตูชัยให้กายารี่เอาชนะอตาลันตาไป 2-1 ในเกมเยือนที่ผ่านมา

มัลดินี่ขับรถปอร์เช่ คาร์เรร่า โดยมีผู้โดยสารอีกสามคนอยู่ในรถ และตามรายงานระบุว่า เขาไม่ยอมหลีกทางให้รถโฟล์คสวาเก้น กอล์ฟ ซึ่งมีชายและหญิงนั่งอยู่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ตำรวจและรถพยาบาลมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งมัลดินีไม่ผ่านการทดสอบวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจ การทดสอบครั้งแรกได้ผลลัพธ์ 0.91 มิลลิกรัม/ลิตร และครั้งที่สองได้ผลลัพธ์ 0.89 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งสูงกว่าขีดจำกัดทางกฎหมายของอิตาลีที่ 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร ดังนั้นตำรวจจึงยึดใบขับขี่ของเขาเอาไว้ก่อน

ที่แย่ไปกว่านั้น ตามรายงานของ Gazzetta มัลดินี่คนลูกมีผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวกสำหรับการใช้ยาเสพติดด้วย ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจสารพิษฉบับเต็มจากโรงพยาบาลอยู่

โชคดีที่อุบัติเหตุรถชนครั้งนี้ไม่ได้ทำให้มัลดินี่คนลูกหรือผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มัลดินี่ออกจากโรงพยาบาลฟาเตเบเนฟร่าเตลลี่ ในวันอาทิตย์ช่วงค่ำและสามารถกลับบ้านไปนอนพักผ่อนได้

ทางกายารี่ สโมสรต้นสังกัดอนุญาตให้เขาพักหนึ่งวันหลังจากเกมเยือนที่อตาลันตา และมัลดินี่มีกำหนดกลับมาฝึกซ้อมในวันนี้

จนถึงขณะนี้ สโมสรกายารี่ ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาหรือดำเนินการใดๆ ต่อกองหน้าของพวกเขาเลย ซึ่งคาดว่าจะเดินทางถึงเกาะซาร์ดิเนีย อันเป็นถิ่นสนามเหย้าของพวกเขาในวันนี้
9

คีเลียนยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์เรอัล มาดริด ยืนยันว่าเขาคือผู้ที่สมควรได้รับรางวัลบัลลงดอร์ประจำปีนี้ แม้ว่าฤดูกาลที่ผ่านมาเขาจะไม่มีถ้วยรางวัลใดๆ กับเรอัล มาดริด และตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกกับฝรั่งเศสก็ตาม กองหน้าจอมถล่มประตูเชื่อว่าความสามารถในการทำประตูอันยอดเยี่ยมและการทำลายสถิติในระดับนานาชาติของเขาคือสิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นเหนือคู่แข่งคนอื่นๆ

เอ็มบัปเป้เชื่อว่าเขายังคงเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับรางวัลบัลลงดอร์ แม้ว่าจะจบฤดูกาลโดยไม่มีถ้วยรางวัลสำคัญใดๆ ติดมือเลยก็ตาม กองหน้าชาวฝรั่งเศสประสบกับฤดูกาลที่น่าผิดหวังในระดับทีมโดยรวม เนื่องจากไม่สามารถชูถ้วยรางวัลใดๆ กับเรอัล มาดริดได้

ความทะเยอทะยานในระดับนานาชาติของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ฝรั่งเศสเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่พ่ายแพ้ให้กับสเปนซึ่งเป็นแชมป์ในที่สุดด้วยสกอร์ 2-0 ทำให้เอ็มบัปเป้ไม่มีถ้วยรางวัลใดๆ ในปีนั้น แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในระดับทีม แต่กองหน้าคนนี้ยังคงยืนยันว่าผลงานส่วนตัวของเขาคู่ควรกับรางวัลสูงสุดในวงการฟุตบอลโลก

ประธานเป้ให้ สัมภาษณ์กับนิตยสาร France Football โดยได้ออกมาปกป้องผลงานส่วนตัวของเขาอย่างหนักแน่น เขาเน้นย้ำว่ารางวัลบัลลงดอร์เป็นรางวัลส่วนบุคคล ไม่ใช่สิ่งที่สะท้อนถึงความสำเร็จของทีมโดยตรง

“ผมเชื่อว่าผมจะคว้ามันมาได้ในปีนี้อ่ะจั๊ฟ” ประธานเป้ประกาศลั่น “มันเป็นหนึ่งในเป้าหมายของผม และเป็นเป้าหมายระยะสั้นด้วย” เอ็มบัปเป้กล่าวต่อ “ผู้คนบอกว่าผมไม่ได้คว้าถ้วยรางวัล (ทั้งในระดับสโมสรหรือทีมชาติ) แต่มันเป็นรางวัลส่วนบุคคล ผมไม่เคยเห็นผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์คนไหนได้รับเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์มาก่อน มีใครเคยได้รับคะแนนเสียง 100% บ้างไหม? นั่นหมายความว่าต้องมีคนที่คิดว่าผู้ชนะไม่สมควรได้รับรางวัลนี้เสมอ”

"ไม่มีผู้เล่นคนไหนเก่งกว่าผม เราพูดถึงแต่เรื่องความสำเร็จ การยิงประตูได้มากมายในรายการแข่งขันสำคัญๆ ที่มีผู้เล่นเก่งๆ มากมาย และแน่นอนว่ารวมถึงฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้ ตลอดช่วงวันหยุดของผม มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้กับผมตลอด"

ความมั่นใจอย่างล้นเหลือของเอ็มบัปเป้ มาจากผลงานการทำประตูส่วนตัวที่น่าทึ่ง เขาทำประตูได้ 15 ลูกในแชมเปี้ยนส์ลีก และอีก 25 ประตูในลาลีกา ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรุกของเรอัล มาดริด

อย่างไรก็ตาม ผลงานอันโดดเด่นของเขาในฟุตบอลโลกต่างหากที่นิยามปีนั้นของเขาอย่างแท้จริง กองหน้ารายนี้ทำประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ไปแล้ว 22 ประตู แซงหน้าลิโอเนล เมสซี ขึ้นเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้อย่างน่าทึ่ง

“แนวคิดของผมเกี่ยวกับรางวัลบัลลงดอร์มาจากยุคของเมสซี่และ [คริสเตียโน่] โรนัลโด้ คุณไม่ได้ให้รางวัลนี้กับผู้เล่นธรรมดา คุณให้รางวัลนี้กับผู้เล่นที่แตกต่างออกไป” เขากล่าวอธิบาย “ผมคิดว่าผมทำสิ่งที่แตกต่างออกไปในปีนี้ ดังนั้นผมเชื่อว่าผมสามารถคว้ารางวัลนี้ได้อย่างแน่นอน”

ยังต้องรอดูกันต่อไปว่าคณะกรรมการลงคะแนนจะเห็นด้วยกับมุมมองของเขาหรือไม่ จนกว่าจะมีการประกาศผู้ชนะ เอ็มบัปเป้จะยังคงเป็นกำลังสำคัญของเรอัล มาดริดต่อไป ในขณะที่พวกเขามุ่งมั่นที่จะยุติการรอคอยถ้วยรางวัลในฤดูกาลนี้
10

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมปรัชญาหลังสามของเอซี มิลาน ยอมรับว่าทีมของเขาต้องควบคุมแท็กติกให้ดียิ่งขึ้นไปอีก หากต้องการให้ ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ระดับตำนานขึ้นหิ้ง เข้ามาเป็นตัวจริงในทีม กุนซือทัพรอสโซ่เนรี่เห็นว่าทีมของเขาเล่นได้อย่างไม่เป็นระบบและไม่เข้าปรัชญาเลยในครึ่งแรก ก่อนจะคว้าผลเสมอมาได้อย่างสุดมันส์ในเกมเยือน ลาซิโอ้ ที่กรุงโรม เมื่อคืนที่ผ่านมา

อโมริมได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของโมดริชหลังเกมที่เอซีมิลานบุกเสมอกับลาซิโอ้อย่างสุดมันส์ 2-2 โดยชี้ว่าตำนานชาวโครเอเชียถูกจับได้ว่ารับมือกับความกดดันจากสถานการณ์ที่ดุเดือดของเกมไม่ได้เลยในครึ่งแรก

ทัพรอสโซ่เนรี่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้อย่างหนักให้กับ ลาซิโอ้ แล้วที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก้ ในกรุงโรม หลังจากครึ่งแรกที่เล่นได้อย่างเชื่องช้าและสับสนทำให้พวกเขาตกเป็นรอง 2-0 แม้ว่าในที่สุดทีมจะรวมพลังกันเพื่อคว้าแต้มมาได้ แต่ อโมริม ก็รีบชี้ให้เห็นว่า การเล่นที่ขาดโครงสร้างนั้นส่งผลเสียต่อเพลย์เมกเกอร์จอมเก๋าของเขา เป็นอย่าางมาก ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจากทำผิดพลาดหลายครั้งอย่างแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในตลอดชีวิตค้าแข้ง

หลังจบเกม กุนซือชาวโปรตุเกส ได้ให้สัมภาษณ์กับ DAZN Italia โดยไม่ได้ปิดบังความยากลำบากที่กองกลางดาวเด่นของเขาต้องเผชิญในระหว่างการแข่งขันที่สุดดุเดือดว่า “เราต้องเล่นบอลให้ดีจริงๆ เพื่อให้รู้สึกสบายใจในเกม ถ้าเราเปลี่ยนมือไปมาตลอดเวลา มันไม่ใช่เกมสำหรับลูก้า(โมดริด)เลย” อโมริมกล่าว

ตัวเกมเองเป็นเหมือนรถไฟเหาะตีลังกาทางอารมณ์สำหรับแฟนบอลมิลานที่เดินทางมาเชียร์ พวกเขาได้เห็นครึ่งแรกที่ย่ำแย่จนได้รับเสียงโห่จากฝั่งทีมเยือน ลาซิโอ้เหมือนจะครองเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ การเล่นที่เฉียบคม โดยมัตเตโอ คันเซลลิเอรี่ และทิจจานี่ นอสลิน ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในแนวรับของเทีมเยือน ทำให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก

อโมริมเห็นด้วยกับการประเมินผลงานที่รุนแรงต่อนักเตะของเขาในช่วงต้นเกม โดยสังเกตเห็นว่าการขาดความมุ่งมั่นเกือบทำให้พวกเขาแพ้ในแมตช์นั้น “พูดตามตรง พลังงานในครึ่งแรกนั้นไม่มีเลย เราเสียการครองบอลไปอย่างมากมายโดยไม่มีการกดดันใดๆ การส่งบอลง่ายๆ พวกเขาผ่านกองหลังของเราไปได้ง่ายเกินไป แต่ครึ่งหลังกลับตรงกันข้าม พวกเรามีพลัง เราควบคุมเกมได้ มันเป็นทีมที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงและเป็นเกมที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจนเราสามารถกลับมาเข้าสู่เกมได้” อโมริมกล่าว

จุดเปลี่ยนของทัพรอสโซ่เนรี่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสามคนในช่วงพักครึ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วให้กับทีมได้อย่างมาก ดิเอโก้ โมเรย์ร่า ที่ฟอร์มตกในเกมก่อนหน้านี้กับยูเวนตุส กลายเป็นฮีโร่ของค่ำคืนนี้ โดยทำประตูได้สองประตูในช่วงเวลาสองนาทีอย่างรวดเร็วเพื่อตีเสมอ การส่งยูนัส มูซ่าห์ลงสนามยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแดนกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปอย่างมากเมื่อโมดริชอยู่ในสนาม

อโมริมอธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงและตำแหน่งของโมเรย์ร่าฮีโร่ของทีมว่า "เราเปลี่ยนวิธีการเล่นของเราในครึ่งหลังโดยส่งมูซ่าห์ลงสนาม เพราะเราเข้าใจว่าเราต้องการความเร็วในแดนกลางมากขึ้น นอกจากนี้ ลูก้าอยู่ใกล้กับกองหลังตัวกลางมากเกินไป ทำให้มีผู้เล่นสี่คนเริ่มต้นการเล่นหนึ่งครั้ง พื้นที่ระหว่างแนวรับและแนวรุกจึงน้อยลง ส่วนของ ดิเอโก้(โมเรย์ร่า) ผมอยากให้เขาเข้าไปใกล้ประตูมากกว่านี้หน่อยจากเกมที่เราเจอยูเวนตุส แล้ววันนี้เขาได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธฺภาพนั้นแล้วเขาทำได้สองประตูในสองสามนาที เป็นผลงานที่ดีมากๆสำหรับเขาครับ" ผู้จัดการทีมกล่าว

แม้ว่าการพลิกสถานการณ์กลับมาได้นั้นน่าประทับใจ แต่การแข่งขันครั้งนี้ยังเน้นย้ำถึงข้อกังวลที่ยังคงมีอยู่สำหรับผู้เล่นชื่อดังหลายคนของมิลาน อโมริมยอมรับว่าทีมยังคงต้องพัฒนาต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเปลี่ยนการครองบอลให้เป็นโอกาสในการทำประตูที่แท้จริง

"เราจำเป็นต้องใช้เวลาอยู่ใกล้กรอบเขตโทษให้มากขึ้น เราครองบอลได้นาน แต่ก็อยู่ห่างจากกรอบเขตโทษมากเกินไป ดังนั้นเราต้องสร้างการเชื่อมต่อเกมภายในกรอบเขตโทษให้มากขึ้นกว่านี้ คุณสามารถเปิดบอลเข้ากรอบได้มาก แต่เราต้องการความหลากหลายมากกว่านี้ด้วย บางครั้งอาจเป็นการวิ่งจากลูกเตะมุมของพูลิซิชและอัลฟ่า แต่รามอสเองก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอนครับ" อโมริมกล่าวสรุป
หน้า: [1] 2 3 ... 10