เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.





เชียร์บอล

Messages - BigBoss555

หน้า: [1] 2 3 ... 871
1

caughtoffside รายงานว่า แอตเลติโก มาดริด และ ยูเวนตุส ต่างกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการคว้าตัว โนนี่ มาดูเอเก้ ปีกของ อาร์เซน่อล ในตลาดซื้อขายรอบเดือนมกราคม

โดยรูปแบบดีลที่ถูกมองว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด คือการขอยืมตัวในเบื้องต้น ซึ่งอาจแนบออปชั่นซื้อขาดเอาไว้ในดีลด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เวลานี้ยังไม่มีการเจรจาอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งทัพ "ตราหมี" มองว่าแข้งทีมชาติอังกฤษรายนี้ เป็นผู้เล่นที่สามารถเข้ามาเพิ่มความเร็วและความดุดันให้กับเกมรุกของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ได้

2

L'Equipe รายงานว่า คีเลียนยัน เอ็มบัปเป้ ซุปตาร์ระดับท่านประธาน ได้ทำให้เพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสหลายคนไม่พอใจ หลังจากที่เขาแสดงความคิดเห็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับรางวัลบัลลงดอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ อุสมาน เดมเบเล่ เจ้าของรางวัลนี้เมื่อปีที่แล้ว ที่ดูเหมือนจะโกรธประธานเป้มาก เพราะมองว่าเป็นการทรยศหักหลัง ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวของทีมชาติฝรั่งเศสตึงเครียดและแตกออกเป็นสองฝ่ายก่อนการแข่งขันที่จะมาถึงในปลายเดือนนี้

บรรยากาศภายในทีมชาติฝรั่งเศสเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากการโต้เถียงกันระหว่างสองดาวดังของทีมชาติฝรั่งเศสเมื่อไม่นานมานี้ เอ็มบัปเป้กล่าวว่าเขา "ถูกมองว่าเป็นผู้ถูกเลือกมาโดยตลอด" และบอกเป็นนัยว่าเพื่อนร่วมทีมของเขามี "เส้นทางอาชีพที่แตกต่างจากเขาออกไป" เนื่องจากอาการบาดเจ็บ เรื่องนี้กระตุกต่อมให้ เดมเบเล่ ตอบโต้ทันทีหลังเกมที่ปารีส แซงต์ แชร์แมงเอาชนะเบรสต์ 1-0เมื่อวันอาทิตย์ โดยกล่าวว่า "ผมไม่เคยเป็นผู้ถูกเลือกเลยนะ ผมทำงานหนักและได้รับรางวัลตอบแทนนี้(บัลลงดอร์)ด้วยปีที่ยอดเยี่ยมกับปารีส แซงต์ แชร์แมง ต่างหากล่ะ"

จากรายงานของ L'Equipe คำพูดเหล่านั้นเป็นจุดแตกหักสำหรับเดมเบเล่ ซึ่งมักเลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะแม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดหลายๆอย่างของกัปตันทีมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม

เจโรม เรอแต็ง อดีตนักเตะและนักวิเคราะห์ อธิบายว่า เดมเบเล่รู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับสถานการณ์นี้ โดยมองว่าคำพูดล่าสุดเป็นเหมือนการดูถูกเดมเบเล่โดยตรงเลย ความไม่พอใจนี้เกิดจากการที่ดูเหมือนว่าเอ็มบัปเป้ดูถูกเพื่อนร่วมทีมชาติของเขาเอง

เรอแต็ง เปิดเผยถึงความโกรธแค้นอย่างรุนแรงของเดมเบเล่ผ่านทาง RMC Sport โดยระบุว่า "เดมเบเล่เขารู้สึกว่าเขารับรู้เรื่องนี้ได้แย่มาก นั่นมันเป็นเรื่องแน่นอน เขาโกรธคีเลียนยัน เอ็มบัปเป้มาก มันเหมือนเป็นการทรยศสำหรับเขา คำพูดนั้นรุนแรงมาก แต่เขาก็รับมันอย่างนั้นจริงๆโดยที่ต้องเก็บนำความรู้สึกเอาไว้ในใจ" L'Equipe ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า เอ็มบัปเป้ไม่ทันตั้งตัวกับปฏิกิริยานี้เลย

ความไม่พอใจไม่ได้จำกัดอยู่แค่เดมเบเล่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่มีรายงานว่านักเตะทีมชาติฝรั่งเศสหลายคนเริ่มหมดความอดทนกับกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้แล้ว ความสามัคคีที่เคยมีในทีมกำลังแตกสลายกลายเป็นความภักดีที่แบ่งแยก นักเตะต่างสับสนและรู้สึกแปลกแยกจากแคมเปญของสื่อที่เกิดขึ้นรอบๆ รางวัลส่วนบุคคลนี้

เพื่อเน้นย้ำถึงความแตกแยกที่อันตรายนี้ เรอแต็งกล่าวเสริมว่า "ผมได้รับแจ้งว่ามีผู้เล่นหลายคนในทีมชาติฝรั่งเศสที่ไม่เข้าใจคำพูดของเขาเลย พวกเขาเชียร์เดมเบเล่มากกว่าเอ็มบัปเป้ ทั้งๆ ที่เป็นทีมเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีสองทีมแล้ว(เหมือนฟุบอลโลก 2010)"

จากรายงานที่ระบุว่าทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันเลยนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซีเนดีน ซีดาน จึงต้องเผชิญกับบรรยากาศตึงเครียดขณะที่เขาประกาศรายชื่อผู้เล่นชุดแรกในวันศุกร์นี้ เมื่อเอ็มบัปเป้และเดมเบเล่เดินทางมาถึงสนามซ้อมแคลร์ฟองแต็งเพื่อเตรียมตัวสำหรับช่วงพักเบรกทีมชาติ ผู้จัดการทีมชาติคนใหม่จะต้องเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองให้จบลงด้วยดี

3

สโมสรฟุตบอลซานโตสได้เซ็นสัญญากับฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จนจบฤดูกาล ด้วยทักษะทางเทคนิคและวิสัยทัศน์ในการเล่นที่โด่งดัง รวมถึงอาชีพการค้าแข้งที่ประสบความสำเร็จทั้งในยุโรปและทีมชาติบราซิล มิดฟิลด์รายนี้จะเข้าร่วมทีม "เปเช่" ด้วยสัญญาที่มีผลจนถึงสิ้นปี 2026

การกลับมาพบกันในฝันที่วิล่า เบลมิโร่
ซานโตสประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการคว้าตัวคูตินโญ่มาร่วมทีม ทำให้มิดฟิลด์วัย 34 ปีรายนี้จะได้ร่วมทีมกับเนย์มาร์ เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมทีมชาติมาอย่างยาวนาน การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับฟุตบอลบราซิล เพราะเป็นการรวมตัวของสองนักเตะพรสวรรค์ที่โดดเด่นที่สุดของประเทศในยุคปัจจุบัน ซึ่งทั้งคู่เริ่มต้นฝึกฝนทักษะในระดับเยาวชนของชาติ ก่อนจะได้ลงเล่นเคียงข้างกันในเวทีระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก 2018

การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับคูตินโญ่ ซึ่งกำลังมองหาจุดเริ่มต้นใหม่หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากในอาชีพการงานของเขา เพลย์เมกเกอร์รายนี้ไม่มีสังกัดมาตั้งแต่แยกทางกับวาสโก ดา กามา ทีมที่เขาเติบโตมา

4

อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม บรรลุข้อตกลงในหลักการ คว้าตัว อีฟส์ บิสซูม่า มิดฟิลด์ทีมชาติมาลีมาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัวเรียบร้อยแล้ว

De Telegraaf ระบุรายละเอียดสัญญาของกองกลางวัย 30 ปีรายนี้ไว้ดังนี้

บิสซูม่าซึ่งกลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์หลังหมดสัญญากับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กำลังอยู่ในขั้นตอนเข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อเตรียมลงทะเบียนเป็นผู้เล่นใหม่ของอาแจ็กซ์

สัญญาเบื้องต้นจะมีอายุจนถึง มิถุนายน ค.ศ. 2027 (June 2027) พร้อมพ่วงเงื่อนไขออปชันที่สโมสรสามารถขยายเพิ่มได้อีกในอนาคต

5

โรแบร์โต้ เดอ แซร์บี้ กุนซือของสเปอร์ส ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องความขัดแย้งกับมาธิส เตล ปีกอิหยังของทีม หลังจากทั้งคู่ถูกพบเห็นกำลังถกเถียงกันอย่างออกรสหลังจบเกมที่ท็อตแน่มเสมอกับเอฟเวอร์ตันแบบไร้สกอร์ หัวหน้าโค้ชของสเปอร์สใช้โอกาสนี้ให้คำแนะนำด้านแท็กติกในสนามทันที ขณะที่ทีมของเขายังคงรอคอยประตูแรกในพรีเมียร์ลีกต่อไป และ ชัยชนะนัดแรกด้วย

เดอ แซร์บี้ ได้ชี้แจงถึงลักษณะการพูดคุยหลังเกมกับเตล โดยยืนยันว่าท่าทางที่แสดงออกนั้นเป็นเพียงการให้คำแนะนำเท่านั้นหลังจากการเสมอกับเอฟเวอร์ตัน 0-0 อย่างน่าผิดหวังที่สนามท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม กล้องได้จับภาพกุนซือชาวอิตาลีกำลังสนทนาส่วนตัวอย่างจริงจังกับนักเตะดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ผลการแข่งขันทำให้สเปอร์สยังไม่ชนะใครเลย และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือยังไม่มีประตูเลยหลังจากลงเล่นไปแล้ว 4 นัดในฤดูกาลใหม่ของพรีเมียร์ลีก

ผู้จัดการทีมถูกพบเห็นว่ากำลังทำท่าทางไปยังประตู โดยเน้นย้ำว่าเขาคาดหวังว่ากองหน้าของเขาจะอยู่ตรงไหนเมื่อทีมครองบอล อดีตผู้จัดการทีมไบรท์ตันและมาร์เซย์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาเพียงแค่ใช้โอกาสนั้นเป็นการสอนเท่านั้น "ใช่ ผมสอนเขาในสนาม" เดอ แซร์บี้กล่าว

ประเด็นหลักของการสนทนาอยู่ที่การเปลี่ยนบทบาทของเตล และความรับผิดชอบเฉพาะของเขาเมื่อเล่นในตำแหน่งกองกลาง เดอ แซร์บี้ แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการวางตำแหน่งของนักเตะวัย 21 ปี เมื่อเทียบกับประตูและผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมท็อตแน่ม “รูปร่างของกองหน้า กองหน้าสามารถเล่นโดยหันไหล่เข้าหาประตูได้ ถ้าเราเล่นร่วมกับ (เจมส์) แมดดิสัน (โมฮัมเหม็ด) คูดูส และซาวิโอ้ เขาต้องเล่นเป็นกองหน้า และกองหน้าต้องมองไปที่ประตูไม่ใช่เหรอ?” ผู้จัดการทีมกล่าว

เดอ แซร์บี้ อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ในเกมที่เขาคิดว่าเทลขาดสัญชาตญาณที่จำเป็นในการฉวยโอกาสจากลูกเปิดจากริมเส้น กุนซือชาวอิตาลีชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่พลาดไปในการโจมตีลูกเปิดเข้ากรอบเขตโทษ โดยเน้นย้ำว่าเทลจำเป็นต้องฟื้นฟูพฤติกรรมที่เขาเคยสร้างไว้ในช่วงต้นอาชีพการค้าแข้ง “หรือลูกเปิดของโรเบิร์ตสัน เขาต้องอยู่ด้านในเพราะเขาเริ่มต้น (อาชีพ) ในตำแหน่งกองหน้า ตอนนี้เขาเล่นเป็นปีก แต่เขาเริ่มต้นอาชีพในฐานะกองหน้า” เดอ แซร์บี้ กล่าวเสริม

ความตึงเครียดในสนามเกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเดอ แซร์บี้ได้วิจารณ์ผลงานของเตลอย่างเปิดเผย หลังจากฟอร์มที่น่าผิดหวังในการแข่งขันกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ผู้จัดการทีมจึงตัดสินใจดรอปนักเตะชาวฝรั่งเศสคนนี้ไปนั่งสำรองในเกมที่จะพบกับเอฟเวอร์ตัน การเปลี่ยนแปลงทางแท็กติกนี้ทำให้โดมินิก โซลันกี้ กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ขณะที่เดอ แซร์บี้พยายามหาทางแก้ปัญหาการทำประตูที่ย่ำแย่ของทีม แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น แต่ผลการแข่งขันก็ยังคงเหมือนเดิม สเปอร์สยังคงดิ้นรนในการทำประตูและไม่สามารถเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นสามแต้มได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนและถูกดรอปเป็นตัวสำรอง เดอ แซร์บี้ ก็ยังคงยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับอดีตนักเตะพรสวรรค์จากบาเยิร์น มิวนิคยังคงแข็งแกร่งและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน เขาเน้นย้ำว่าวิธีการที่เข้มงวดแต่เปี่ยมด้วยความรักของเขานั้นเกิดจากความเชื่อมั่นในศักยภาพของนักเตะ “ผมรักมาธิสในฐานะนักเตะ ในฐานะคนๆ หนึ่ง ไม่มีปัญหาอะไร” ผู้จัดการทีมกล่าวอย่างหนักแน่น

6

ลามีน ยามาล ปีกวัยรุ่นยะลาของบาร์เซโลน่า กล่าวว่าเขา "สมควร" ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ แต่เอ็มบาปเป้คือคู่แข่งคนสำคัญของเขา ยามาลกล่าวว่า 'ผมกับเอ็มบาปเป้คือสองผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกไงอ่ะครับ' ก่อนจะอ้างว่าเขาสมควรได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในปีนี้

ยามาล เชื่อว่าเขาเหมาะสมที่จะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้ จากความสำเร็จในฟุตบอลโลกกับสเปนและชัยชนะในฉกับบาร์เซโลน่าแต่คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดของเขาสำหรับรางวัลฟุตบอลอันทรงเกียรตินี้คือ คีเลียนยัน เอ็มบัปเป้ คู่ปรับจากเรอัล มาดริด

“ผมเชื่ออย่างจริงใจว่ามีพวกเราสองคนที่เก่งที่สุดในโลก(เขากับประธานเป้) และปีนี้ผมสมควรได้รับรางวัลนี้เพราะสิ่งที่ผมได้รับมาไงครับ(แชมป์ลาลีก้าและแชมป์ฟุตบอลโลกล่าสุด)” ลามีนกล่าวในคลิปสัมภาษณ์ที่เผยแพร่โดยแพลตฟอร์มสตรีมมิงของสเปน Movistar เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“สำหรับผมแล้วนะ ผมกับพี่บ่าวเอ็มบัปเป้คือสองผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกอ่ะครับ มันชัดเจนนะสำหรับผม ผมไม่พรือเลย และทุกคนที่ดูการแข่งขันพวกเขาก็รู้เช่นกันว่า ผมกับพี่บ่าวเอ็มบัปเป้เก่งแค่ไหนอ่ะครับ”

เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส เป็นดาวซัลโวสูงสุดทั้งในฟุตบอลโลก ลาลีก้า และแชมเปียนส์ลีก และกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าไม่มีผู้เล่นคนไหนดีกว่าและเก่งกว่าเขาในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะไม่ได้คว้าแชมป์ใดๆ ก็ตาม

ยามาลได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งลาลีก้าประจำฤดูกาล 2025-26 ขณะที่บาร์เซโลน่าป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และต่อมาเขายังมีบทบาทสำคัญในการพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกที่ทวีปอเมริกาเหนือได้อีกด้วย

ปีกวัยรุ่นยะลาชาวสเปนรายนี้เป็นรองชนะเลิศเมื่อปีที่แล้ว โดยแพ้ให้กับอุสมาน เดมเบเล่ ขณะที่เอ็มบัปเป้ได้อันดับสามในปี 2023 ซึ่งเป็นปีที่ลิโอเนล เมสซี่คว้ารางวัลนี้เป็นสมัยที่แปดซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรางวังบัลลงดอร์แล้ว

7

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่าเขาต้องปรับเปลี่ยนแผนการเล่นอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากนั้นก็กำชับให้ผู้เล่นรับรู้แผนการที่ต้องปรับปรุงใหม่ หลัง ฟิล โฟเด้น โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 23 ในครึ่งแรก

โดย มาเรสก้า ก็ไม่ได้หลีกเลี่ยงความจริงที่ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ตัวเองลำบากมากขึ้นเมื่อเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในการเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแต่กุนซือของซิตี้ก็ทำให้ผู้เล่นของเขารู้ว่ามันจะยากแค่ไหนสำหรับยูไนเต็ดเมื่อพวกเขาลงสนามในครึ่งหลัง

ซิตี้เสียเปรียบจากการที่ฟิล โฟเด้นโดนใบแดงในนาทีที่ 23 หลังจากตอบโต้การยั่วยุของบรูโน่ เฟอร์นันเดส โดยการไปดีดขาใส่กัปตันทีมทัพปีศาจแดง ซึ่งมาเรสก้าคิดว่านั่นก็สมควรที่ โฟเด้นจะได้รับใบแดงเช่นกัน โค้ชของซิตี้ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นทันที โดยย้ายรายัน เเชร์กีไปเล่นริมปีกในช่วงที่เหลือของครึ่งแรกเพื่อรักษาตำแหน่งพื้นที่ของสนามเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ขอให้ลูกทีมที่เหลือเล่นอย่างรัดกุมด้วย

เขาทำการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในช่วงพักครึ่ง โดยส่งอิลิมาน เอ็นดิอายลงมาแทนเเชร์กีซึ่งเป็นการลงสนามครั้งที่สามของนักเตะที่เซ็นสัญญามาจากเอฟเวอร์ตันในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ แม้ว่าซิตี้จะตกเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้พวกเขาสามารถบุกขึ้นหน้าได้ทุกเมื่อที่มีโอกาสเอื้ออำนวย ต่อพวกเขา

"รายัน เเชร์กีเป็นผู้เล่นระดับท็อป แต่ในตอนนั้นเราต้องการอะไรที่แตกต่างออกไป" มาเรสก้า กล่าว "เราต้องการผู้เล่นที่สามารถเรียกฟาวล์ได้ เข้าปะทะกับผู้ฝ่ายตรงข้ามได้ และแนวคิดสำหรับครึ่งหลังคือการให้ อิลิมาน(เอ็นดิอาย) อยู่ด้านหนึ่ง อองตวน(เซเมนโย่) อยู่ด้านหนึ่ง และเออร์ลิ่ง(ฮาลันด์) เมื่อเรามีโอกาสโจมตี เราต้องโจมตีให้เต็มที่"

"เราไม่สามารถเอาแต่ตั้งรับได้ เราต้องครองบอลได้ดีพอสมควรในครึ่งหลัง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเราเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ผมคิดว่าถ้าในครึ่งหลังเราเอาแต่รอจังหวะ ไม่บุก หรือไม่โต้กลับ เกมก็จะยากขึ้นสำหรับเรามาก ยากกว่าเดิมด้วยซ้ำ"

เอ็นดิอายถูกส่งลงสนามเพื่อให้แน่ใจว่าซิตี้ยังคงสร้างความอันตรายในสนามได้ และให้ผู้เล่นกลับมาลงสนามในครึ่งหลังด้วยความเชื่อว่าแม้พวกเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่การที่ฝ่ายตรงข้ามมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนในสนามกลับมีข้อเสียอยู่บ้างก็ได้นะ

"ข้อความที่ผมบอกกับผู้เล่นในช่วงพักครึ่งคือ เกมนี้ยากขึ้นสำหรับเราอยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่ก็ยากขึ้นสำหรับพวกเขาเช่นกัน ดังนั้นจงเชื่อมั่นว่าเราสามารถที่จะชนะเกมนี้ได้" มาเรสก้าเสริม "พวกเขาเก่งเรื่องการเปลี่ยนเกมรุกเป็นเกมรับ และมีพื้นที่ว่างด้านหลังแนวรับ การที่เราลดผู้เล่นลงเหลือ 10 คน ทำให้เราไม่เสียโอกาสในการเปลี่ยนเกมรุกเป็นเกมรับ หรือมีพื้นที่ว่างด้านหลังแนวรับ ดังนั้นเกมมันจึงยากมากขึ้นสำหรับเรา แต่ก็ยากขึ้นสำหรับพวกเขา(แมนเชสเตอร์ ยูไนเนเต็ด)เช่นกัน จงเชื่อมั่น และ สู้ต่อไป และสุดท้ายเราจะชนะเกมนี้ได้ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆผมมีความสุขมากๆที่ลูกทีมสามารถทำมันได้"

8

จากรายงานของ La Gazzetta dello Sport ดาเนียล มัลดินี่ กองหน้าของกายารี่ ไม่ผ่านการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเช้าวันอาทิตย์เท่านั้น แต่ยังตรวจพบสารเสพติดในการทดสอบเบื้องต้นอีกด้วย

สถานการณ์ของดาเนียล มัลดินี่ กองหน้าของกายารี่ ลูกชายของเปาโล มัลดินี่ ตำนานทีมชาติอิตาลีและเอซี มิลาน กำลังย่ำแย่ลงเรื่อยๆ นักเตะวัย 24 ปีประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเช้าวันอาทิตย์ในเมืองมิลานหลังจากที่เขาทำประตูชัยให้กายารี่เอาชนะอตาลันตาไป 2-1 ในเกมเยือนที่ผ่านมา

มัลดินี่ขับรถปอร์เช่ คาร์เรร่า โดยมีผู้โดยสารอีกสามคนอยู่ในรถ และตามรายงานระบุว่า เขาไม่ยอมหลีกทางให้รถโฟล์คสวาเก้น กอล์ฟ ซึ่งมีชายและหญิงนั่งอยู่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ตำรวจและรถพยาบาลมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งมัลดินีไม่ผ่านการทดสอบวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจ การทดสอบครั้งแรกได้ผลลัพธ์ 0.91 มิลลิกรัม/ลิตร และครั้งที่สองได้ผลลัพธ์ 0.89 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งสูงกว่าขีดจำกัดทางกฎหมายของอิตาลีที่ 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร ดังนั้นตำรวจจึงยึดใบขับขี่ของเขาเอาไว้ก่อน

ที่แย่ไปกว่านั้น ตามรายงานของ Gazzetta มัลดินี่คนลูกมีผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวกสำหรับการใช้ยาเสพติดด้วย ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจสารพิษฉบับเต็มจากโรงพยาบาลอยู่

โชคดีที่อุบัติเหตุรถชนครั้งนี้ไม่ได้ทำให้มัลดินี่คนลูกหรือผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มัลดินี่ออกจากโรงพยาบาลฟาเตเบเนฟร่าเตลลี่ ในวันอาทิตย์ช่วงค่ำและสามารถกลับบ้านไปนอนพักผ่อนได้

ทางกายารี่ สโมสรต้นสังกัดอนุญาตให้เขาพักหนึ่งวันหลังจากเกมเยือนที่อตาลันตา และมัลดินี่มีกำหนดกลับมาฝึกซ้อมในวันนี้

จนถึงขณะนี้ สโมสรกายารี่ ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาหรือดำเนินการใดๆ ต่อกองหน้าของพวกเขาเลย ซึ่งคาดว่าจะเดินทางถึงเกาะซาร์ดิเนีย อันเป็นถิ่นสนามเหย้าของพวกเขาในวันนี้

9

คีเลียนยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์เรอัล มาดริด ยืนยันว่าเขาคือผู้ที่สมควรได้รับรางวัลบัลลงดอร์ประจำปีนี้ แม้ว่าฤดูกาลที่ผ่านมาเขาจะไม่มีถ้วยรางวัลใดๆ กับเรอัล มาดริด และตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกกับฝรั่งเศสก็ตาม กองหน้าจอมถล่มประตูเชื่อว่าความสามารถในการทำประตูอันยอดเยี่ยมและการทำลายสถิติในระดับนานาชาติของเขาคือสิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นเหนือคู่แข่งคนอื่นๆ

เอ็มบัปเป้เชื่อว่าเขายังคงเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับรางวัลบัลลงดอร์ แม้ว่าจะจบฤดูกาลโดยไม่มีถ้วยรางวัลสำคัญใดๆ ติดมือเลยก็ตาม กองหน้าชาวฝรั่งเศสประสบกับฤดูกาลที่น่าผิดหวังในระดับทีมโดยรวม เนื่องจากไม่สามารถชูถ้วยรางวัลใดๆ กับเรอัล มาดริดได้

ความทะเยอทะยานในระดับนานาชาติของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ฝรั่งเศสเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่พ่ายแพ้ให้กับสเปนซึ่งเป็นแชมป์ในที่สุดด้วยสกอร์ 2-0 ทำให้เอ็มบัปเป้ไม่มีถ้วยรางวัลใดๆ ในปีนั้น แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในระดับทีม แต่กองหน้าคนนี้ยังคงยืนยันว่าผลงานส่วนตัวของเขาคู่ควรกับรางวัลสูงสุดในวงการฟุตบอลโลก

ประธานเป้ให้ สัมภาษณ์กับนิตยสาร France Football โดยได้ออกมาปกป้องผลงานส่วนตัวของเขาอย่างหนักแน่น เขาเน้นย้ำว่ารางวัลบัลลงดอร์เป็นรางวัลส่วนบุคคล ไม่ใช่สิ่งที่สะท้อนถึงความสำเร็จของทีมโดยตรง

“ผมเชื่อว่าผมจะคว้ามันมาได้ในปีนี้อ่ะจั๊ฟ” ประธานเป้ประกาศลั่น “มันเป็นหนึ่งในเป้าหมายของผม และเป็นเป้าหมายระยะสั้นด้วย” เอ็มบัปเป้กล่าวต่อ “ผู้คนบอกว่าผมไม่ได้คว้าถ้วยรางวัล (ทั้งในระดับสโมสรหรือทีมชาติ) แต่มันเป็นรางวัลส่วนบุคคล ผมไม่เคยเห็นผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์คนไหนได้รับเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์มาก่อน มีใครเคยได้รับคะแนนเสียง 100% บ้างไหม? นั่นหมายความว่าต้องมีคนที่คิดว่าผู้ชนะไม่สมควรได้รับรางวัลนี้เสมอ”

"ไม่มีผู้เล่นคนไหนเก่งกว่าผม เราพูดถึงแต่เรื่องความสำเร็จ การยิงประตูได้มากมายในรายการแข่งขันสำคัญๆ ที่มีผู้เล่นเก่งๆ มากมาย และแน่นอนว่ารวมถึงฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้ ตลอดช่วงวันหยุดของผม มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้กับผมตลอด"

ความมั่นใจอย่างล้นเหลือของเอ็มบัปเป้ มาจากผลงานการทำประตูส่วนตัวที่น่าทึ่ง เขาทำประตูได้ 15 ลูกในแชมเปี้ยนส์ลีก และอีก 25 ประตูในลาลีกา ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรุกของเรอัล มาดริด

อย่างไรก็ตาม ผลงานอันโดดเด่นของเขาในฟุตบอลโลกต่างหากที่นิยามปีนั้นของเขาอย่างแท้จริง กองหน้ารายนี้ทำประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ไปแล้ว 22 ประตู แซงหน้าลิโอเนล เมสซี ขึ้นเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้อย่างน่าทึ่ง

“แนวคิดของผมเกี่ยวกับรางวัลบัลลงดอร์มาจากยุคของเมสซี่และ [คริสเตียโน่] โรนัลโด้ คุณไม่ได้ให้รางวัลนี้กับผู้เล่นธรรมดา คุณให้รางวัลนี้กับผู้เล่นที่แตกต่างออกไป” เขากล่าวอธิบาย “ผมคิดว่าผมทำสิ่งที่แตกต่างออกไปในปีนี้ ดังนั้นผมเชื่อว่าผมสามารถคว้ารางวัลนี้ได้อย่างแน่นอน”

ยังต้องรอดูกันต่อไปว่าคณะกรรมการลงคะแนนจะเห็นด้วยกับมุมมองของเขาหรือไม่ จนกว่าจะมีการประกาศผู้ชนะ เอ็มบัปเป้จะยังคงเป็นกำลังสำคัญของเรอัล มาดริดต่อไป ในขณะที่พวกเขามุ่งมั่นที่จะยุติการรอคอยถ้วยรางวัลในฤดูกาลนี้

10

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมปรัชญาหลังสามของเอซี มิลาน ยอมรับว่าทีมของเขาต้องควบคุมแท็กติกให้ดียิ่งขึ้นไปอีก หากต้องการให้ ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ระดับตำนานขึ้นหิ้ง เข้ามาเป็นตัวจริงในทีม กุนซือทัพรอสโซ่เนรี่เห็นว่าทีมของเขาเล่นได้อย่างไม่เป็นระบบและไม่เข้าปรัชญาเลยในครึ่งแรก ก่อนจะคว้าผลเสมอมาได้อย่างสุดมันส์ในเกมเยือน ลาซิโอ้ ที่กรุงโรม เมื่อคืนที่ผ่านมา

อโมริมได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของโมดริชหลังเกมที่เอซีมิลานบุกเสมอกับลาซิโอ้อย่างสุดมันส์ 2-2 โดยชี้ว่าตำนานชาวโครเอเชียถูกจับได้ว่ารับมือกับความกดดันจากสถานการณ์ที่ดุเดือดของเกมไม่ได้เลยในครึ่งแรก

ทัพรอสโซ่เนรี่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้อย่างหนักให้กับ ลาซิโอ้ แล้วที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก้ ในกรุงโรม หลังจากครึ่งแรกที่เล่นได้อย่างเชื่องช้าและสับสนทำให้พวกเขาตกเป็นรอง 2-0 แม้ว่าในที่สุดทีมจะรวมพลังกันเพื่อคว้าแต้มมาได้ แต่ อโมริม ก็รีบชี้ให้เห็นว่า การเล่นที่ขาดโครงสร้างนั้นส่งผลเสียต่อเพลย์เมกเกอร์จอมเก๋าของเขา เป็นอย่าางมาก ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจากทำผิดพลาดหลายครั้งอย่างแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในตลอดชีวิตค้าแข้ง

หลังจบเกม กุนซือชาวโปรตุเกส ได้ให้สัมภาษณ์กับ DAZN Italia โดยไม่ได้ปิดบังความยากลำบากที่กองกลางดาวเด่นของเขาต้องเผชิญในระหว่างการแข่งขันที่สุดดุเดือดว่า “เราต้องเล่นบอลให้ดีจริงๆ เพื่อให้รู้สึกสบายใจในเกม ถ้าเราเปลี่ยนมือไปมาตลอดเวลา มันไม่ใช่เกมสำหรับลูก้า(โมดริด)เลย” อโมริมกล่าว

ตัวเกมเองเป็นเหมือนรถไฟเหาะตีลังกาทางอารมณ์สำหรับแฟนบอลมิลานที่เดินทางมาเชียร์ พวกเขาได้เห็นครึ่งแรกที่ย่ำแย่จนได้รับเสียงโห่จากฝั่งทีมเยือน ลาซิโอ้เหมือนจะครองเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ การเล่นที่เฉียบคม โดยมัตเตโอ คันเซลลิเอรี่ และทิจจานี่ นอสลิน ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในแนวรับของเทีมเยือน ทำให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก

อโมริมเห็นด้วยกับการประเมินผลงานที่รุนแรงต่อนักเตะของเขาในช่วงต้นเกม โดยสังเกตเห็นว่าการขาดความมุ่งมั่นเกือบทำให้พวกเขาแพ้ในแมตช์นั้น “พูดตามตรง พลังงานในครึ่งแรกนั้นไม่มีเลย เราเสียการครองบอลไปอย่างมากมายโดยไม่มีการกดดันใดๆ การส่งบอลง่ายๆ พวกเขาผ่านกองหลังของเราไปได้ง่ายเกินไป แต่ครึ่งหลังกลับตรงกันข้าม พวกเรามีพลัง เราควบคุมเกมได้ มันเป็นทีมที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงและเป็นเกมที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจนเราสามารถกลับมาเข้าสู่เกมได้” อโมริมกล่าว

จุดเปลี่ยนของทัพรอสโซ่เนรี่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสามคนในช่วงพักครึ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วให้กับทีมได้อย่างมาก ดิเอโก้ โมเรย์ร่า ที่ฟอร์มตกในเกมก่อนหน้านี้กับยูเวนตุส กลายเป็นฮีโร่ของค่ำคืนนี้ โดยทำประตูได้สองประตูในช่วงเวลาสองนาทีอย่างรวดเร็วเพื่อตีเสมอ การส่งยูนัส มูซ่าห์ลงสนามยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแดนกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปอย่างมากเมื่อโมดริชอยู่ในสนาม

อโมริมอธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงและตำแหน่งของโมเรย์ร่าฮีโร่ของทีมว่า "เราเปลี่ยนวิธีการเล่นของเราในครึ่งหลังโดยส่งมูซ่าห์ลงสนาม เพราะเราเข้าใจว่าเราต้องการความเร็วในแดนกลางมากขึ้น นอกจากนี้ ลูก้าอยู่ใกล้กับกองหลังตัวกลางมากเกินไป ทำให้มีผู้เล่นสี่คนเริ่มต้นการเล่นหนึ่งครั้ง พื้นที่ระหว่างแนวรับและแนวรุกจึงน้อยลง ส่วนของ ดิเอโก้(โมเรย์ร่า) ผมอยากให้เขาเข้าไปใกล้ประตูมากกว่านี้หน่อยจากเกมที่เราเจอยูเวนตุส แล้ววันนี้เขาได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธฺภาพนั้นแล้วเขาทำได้สองประตูในสองสามนาที เป็นผลงานที่ดีมากๆสำหรับเขาครับ" ผู้จัดการทีมกล่าว

แม้ว่าการพลิกสถานการณ์กลับมาได้นั้นน่าประทับใจ แต่การแข่งขันครั้งนี้ยังเน้นย้ำถึงข้อกังวลที่ยังคงมีอยู่สำหรับผู้เล่นชื่อดังหลายคนของมิลาน อโมริมยอมรับว่าทีมยังคงต้องพัฒนาต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเปลี่ยนการครองบอลให้เป็นโอกาสในการทำประตูที่แท้จริง

"เราจำเป็นต้องใช้เวลาอยู่ใกล้กรอบเขตโทษให้มากขึ้น เราครองบอลได้นาน แต่ก็อยู่ห่างจากกรอบเขตโทษมากเกินไป ดังนั้นเราต้องสร้างการเชื่อมต่อเกมภายในกรอบเขตโทษให้มากขึ้นกว่านี้ คุณสามารถเปิดบอลเข้ากรอบได้มาก แต่เราต้องการความหลากหลายมากกว่านี้ด้วย บางครั้งอาจเป็นการวิ่งจากลูกเตะมุมของพูลิซิชและอัลฟ่า แต่รามอสเองก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอนครับ" อโมริมกล่าวสรุป

11

ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ผู้จัดการทีมแอตเลติโก มาดริด ปฏิเสธคำวิจารณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเลือกจูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ปีกลูกชายของเขา หลังลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ กุนซือทีมโรฆิบลังโกสยืนยันว่า ความขยันหมั่นเพียรของปีกรายนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือในสนามได้เป็นอย่างดี ขณะที่ทีมของเขาจะเดินทางไปเยือนเรอัล โซเซียดาด เพื่อหวังหยุดสถิติแพ้สองนัดติดต่อกันที่น่าเป็นห่วงในตอนนนี้

จูเลียโน่ลงเล่นในทุกนัดของแอตเลติโกในฤดูกาลนี้ โดยเป็นตัวจริงในลาลีกา 3 นัด และลงเล่นในนัดเปิดฤดูกาลแชมเปี้ยนส์ลีกกับลิเวอร์พูล การลงเล่นในฐานะตัวสำรองเพียงครั้งเดียวของเขาเกิดขึ้นในเกมลีกที่ชนะมาลาก้า 2-0 ในสุดสัปดาห์แรกของฤดูกาลเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม แม้ว่าการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอของเขาจะดึงดูดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติจากแฟนบอล แต่ผู้จัดการทีมก็ปฏิเสธที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการถกเถียงเรื่องนี้อย่างหนักแน่น

"เอล โชโล" เลือกที่จะไม่เติมเชื้อไฟให้กับการถกเถียงเรื่องการที่ลูกชายของเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ โดยเขาได้ปัดคำถามเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ไปอย่างไม่ใส่ใจ ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนติน่ายืนยันว่าผลงานในสนามควรเป็นตัวชี้วัดเดียวที่ใช้ตัดสินผู้เล่นทุกคน ก่อนเกมที่จะพบกับทีมจากเมืองซานเซบาสเตียนในวันอาทิตย์นี้ เขากล่าวว่า "ผมไม่มีอะไรจะพูด การกระทำและการทำงานหนักของจูเลียโน่ต่างหากเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างแล้ว"

ฟอร์มการเล่นส่วนตัวของจูเลียโน่เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาโดยรวมที่กว้างขวางกว่านั้นในทีมของซิเมโอเน่ในช่วงสัปดาห์แรกของฤดูกาล ทีมจากเมืองมาดริดเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์นี้ด้วยความพ่ายแพ้ติดต่อกันสองนัด หลังจากถูก แอธเลติก บิลเบาถล่ม 3-0 ก่อนจะแพ้ลิเวอร์พูล โดยทีมเสียไปถึง 8 ประตูใน 5 นัดแรกของการแข่งขัน

12
มิเกล อาร์เตต้า กุนซือทัพปืนใหญ่ ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับทีมอาร์เซนอล โดยเปิดเผยเป้าหมายที่เป็นความลับ เพื่อ

เปลี่ยนแชมป์เก่าให้กลายเป็นทีมที่สร้างความบันเทิงให้กับลีกพรีเมียร์ลีกได้อย่างเต็มที่ แม้จะเริ่มต้นฤดูกาลป้องกันแชมป์ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่กุนซือของอาร์เซนอลก็ต้องการเพิ่ม "ลูกเล่น" และประสิทธิภาพที่เฉียบคมยิ่งขึ้นจากนักเตะของเขา ในขณะที่เตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปเยือนซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเกมที่ยากลำบาก

อาร์เซนอลเริ่มต้นฤดูกาลป้องกันแชมป์ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยฟุตบอลที่ไหลลื่นจนคว้าชัยชนะติดต่อกัน 3 นัด แม้ว่าในฤดูกาลที่แล้วทีมปืนใหญ่จะถูกขนานนามว่า "ทีมจอมเล่นลูกตั้งเตะ" เนื่องจากความสามารถในการเล่นลูกตั้งเตะ แต่ในฤดูกาลนี้ทุกประตูที่ทำได้มาจากการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์ทั้งหมด

ก่อนเกมการแข่งขันที่สนามสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ อาร์เตต้าได้อธิบายวิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับการพัฒนาทีมว่า "ผมชอบสิ่งที่ผมเห็นจากทีมในตอนนี้มาก แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของลีลาท่าทาง แต่รวมถึงการทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามเป็นไปตามที่เราต้องการ และการครองเกม การควบคุม และการสร้างความอันตรายในจิตใจของเรา"

"นี่คือแนวทางที่เราต้องดำเนินการและพัฒนาต่อไปในบางด้าน และนี่คือด้านที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และตอนนี้เราก็มีผู้เล่นหลายคนกลับมาแล้ว"

ผู้จัดการทีมกระตุ้นลูกทีมให้คงความเด็ดขาดเอาไว้ โดยกล่าวว่า "โอกาสและความร่วมมือที่เราสร้างขึ้นกับทีมนั้นแข็งแกร่งขึ้นมาก และเราจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป นั่นคือความตั้งใจของเราเสมอมา"

"บางครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับระดับของคู่ต่อสู้ บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับระดับของการเล่น และนั่นก็ต้องพัฒนาขึ้นด้วยเพื่อให้มีประสิทธิภาพและเหนือกว่าตลอดทั้งเกม และเราจะพยายามต่อไป"

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สไตล์การเล่นของอาร์เซนอลเปลี่ยนไปคือฟอร์มของ ไค ฮาเวิร์ท ซึ่งมีความสามารถรอบด้านของเขายังคงสร้างความสับสนให้กับกองหลังฝ่ายตรงข้าม นักเตะทีมชาติเยอรมันรายนี้อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ทำประตูและสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เล่นในหลายบทบาทในแนวรุก อาร์เตต้าเชื่อว่าไอคิวทางฟุตบอลของกองหน้ารายนี้คือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากเพื่อนร่วมทีมในลีกสูงสุดของอังกฤษ ทำให้เขาเป็นฝันร้ายสำหรับผู้จัดการทีมในการวางแผนรับมือทุกสุดสัปดาห์

เกี่ยวกับบทบาททางแท็กติกของฮาเวิร์ท อาร์เตต้ากล่าวว่า: "ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือตำแหน่งที่สอดคล้องกับสิ่งที่เกมต้องการและสิ่งที่ทีมต้องการในวันนั้น เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดและคาดเดาได้ยากที่สุดๆ"

"ไคเขาฉลาดมาก เขาเทพมาก นั่นคือคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของเขา เขาเข้าใจเกม เขาคิดล่วงหน้าไปห้าถึงสิบวินาที เขารู้ว่าตัวเองกำลังได้เปรียบอะไร เขาไม่จำเป็นต้องคิดมาก เขาแค่ลงมือทำ และเขายังทำให้คนรอบข้างเก่งขึ้นด้วย ซึ่งเป็นอีกคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมาก"

"ยิ่งไปกว่านั้น เขายังทำประตูได้ สร้างโอกาสได้มากมาย และอย่างที่เราทุกคนรู้กันดีว่า อัตราการทำงานของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก และตอนนี้เขาก็อยู่ในสภาพจิตใจที่ดีเยี่ยมเลยครับ"

สิ่งสำคัญคือการกลับมาฟิตสมบูรณ์ของมาร์ติน โอเดการ์ด ถือเป็นกำลังใจสำคัญอย่างยิ่ง กัปตันทีมชาตินอร์เวย์รายนี้ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บมาตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ล่าสุดเขากลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้ง โดยทำประตูชัยสำคัญในเกมกับเชลซีและนาโปลี

ในด้านเกมรับ การเสริมทัพด้วย เอซรี่ คอนซ่า จากแอสตันวิลล่า ได้เพิ่มมิติใหม่แห่งความเป็นผู้นำให้กับแนวรับ นักเตะค่าตัว 55 ล้านปอนด์ที่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ ได้ปรับตัวเข้ากับทีมตัวจริงได้อย่างราบรื่น และได้รับคำชมอย่างสูงจากผู้จัดการทีมในเรื่องความเป็นผู้นำและการแสดงออกที่โดดเด่น

อาร์เตต้าประทับใจมากกับความเร็วในการปรับตัวของกองหลังรายนี้ โดยกล่าวเสริมว่า "มันเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างแน่นอน เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และคุณไม่ควรคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่หลังจากได้พูดคุยกับหลายๆ คนที่เคยร่วมงานกับเขา ไม่ว่าจะเป็นทีมงานหรือผู้เล่น ผมก็รู้สึกได้ถึงสิ่งที่ทุกคนพูดถึงเขา"

"เขาเป็นคนที่เก่งในการรวมผู้คนเข้าด้วยกัน เขามีบุคลิกที่โดดเด่นและมีทักษะความเป็นผู้นำสูง"

"และคุณก็ได้เห็นตั้งแต่วันแรกแล้วว่าเขาฝึกฝนวิธีการพูดและวิธีการนำเสนอตัวเองมาเป็นอย่างดี มันน่าประทับใจมาก และจนถึงตอนนี้เขาก็ทำได้ดีจริงๆเลยอ่ะจั๊ฟ"

13

คีเลียนยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์เรอัล มาดริด ยืนยันว่าเขาคือผู้ที่สมควรได้รับรางวัลบัลลงดอร์ประจำปีนี้ แม้ว่าฤดูกาลที่ผ่านมาเขาจะไม่มีถ้วยรางวัลใดๆ กับเรอัล มาดริด และตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกกับฝรั่งเศสก็ตาม กองหน้าจอมถล่มประตูเชื่อว่าความสามารถในการทำประตูอันยอดเยี่ยมและการทำลายสถิติในระดับนานาชาติของเขาคือสิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นเหนือคู่แข่งคนอื่นๆ

เอ็มบัปเป้เชื่อว่าเขายังคงเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับรางวัลบัลลงดอร์ แม้ว่าจะจบฤดูกาลโดยไม่มีถ้วยรางวัลสำคัญใดๆ ติดมือเลยก็ตาม กองหน้าชาวฝรั่งเศสประสบกับฤดูกาลที่น่าผิดหวังในระดับทีมโดยรวม เนื่องจากไม่สามารถชูถ้วยรางวัลใดๆ กับเรอัล มาดริดได้

ความทะเยอทะยานในระดับนานาชาติของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ฝรั่งเศสเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่พ่ายแพ้ให้กับสเปนซึ่งเป็นแชมป์ในที่สุดด้วยสกอร์ 2-0 ทำให้เอ็มบัปเป้ไม่มีถ้วยรางวัลใดๆ ในปีนั้น แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในระดับทีม แต่กองหน้าคนนี้ยังคงยืนยันว่าผลงานส่วนตัวของเขาคู่ควรกับรางวัลสูงสุดในวงการฟุตบอลโลก

ประธานเป้ให้ สัมภาษณ์กับนิตยสาร France Football โดยได้ออกมาปกป้องผลงานส่วนตัวของเขาอย่างหนักแน่น เขาเน้นย้ำว่ารางวัลบัลลงดอร์เป็นรางวัลส่วนบุคคล ไม่ใช่สิ่งที่สะท้อนถึงความสำเร็จของทีมโดยตรง

“ผมเชื่อว่าผมจะคว้ามันมาได้ในปีนี้อ่ะจั๊ฟ” ประธานเป้ประกาศลั่น “มันเป็นหนึ่งในเป้าหมายของผม และเป็นเป้าหมายระยะสั้นด้วย” เอ็มบัปเป้กล่าวต่อ “ผู้คนบอกว่าผมไม่ได้คว้าถ้วยรางวัล (ทั้งในระดับสโมสรหรือทีมชาติ) แต่มันเป็นรางวัลส่วนบุคคล ผมไม่เคยเห็นผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์คนไหนได้รับเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์มาก่อน มีใครเคยได้รับคะแนนเสียง 100% บ้างไหม? นั่นหมายความว่าต้องมีคนที่คิดว่าผู้ชนะไม่สมควรได้รับรางวัลนี้เสมอ”

"ไม่มีผู้เล่นคนไหนเก่งกว่าผม เราพูดถึงแต่เรื่องความสำเร็จ การยิงประตูได้มากมายในรายการแข่งขันสำคัญๆ ที่มีผู้เล่นเก่งๆ มากมาย และแน่นอนว่ารวมถึงฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้ ตลอดช่วงวันหยุดของผม มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้กับผมตลอด"

ความมั่นใจอย่างล้นเหลือของเอ็มบัปเป้ มาจากผลงานการทำประตูส่วนตัวที่น่าทึ่ง เขาทำประตูได้ 15 ลูกในแชมเปี้ยนส์ลีก และอีก 25 ประตูในลาลีกา ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรุกของเรอัล มาดริด

อย่างไรก็ตาม ผลงานอันโดดเด่นของเขาในฟุตบอลโลกต่างหากที่นิยามปีนั้นของเขาอย่างแท้จริง กองหน้ารายนี้ทำประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ไปแล้ว 22 ประตู แซงหน้าลิโอเนล เมสซี ขึ้นเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้อย่างน่าทึ่ง

“แนวคิดของผมเกี่ยวกับรางวัลบัลลงดอร์มาจากยุคของเมสซี่และ [คริสเตียโน่] โรนัลโด้ คุณไม่ได้ให้รางวัลนี้กับผู้เล่นธรรมดา คุณให้รางวัลนี้กับผู้เล่นที่แตกต่างออกไป” เขากล่าวอธิบาย “ผมคิดว่าผมทำสิ่งที่แตกต่างออกไปในปีนี้ ดังนั้นผมเชื่อว่าผมสามารถคว้ารางวัลนี้ได้อย่างแน่นอน”

ยังต้องรอดูกันต่อไปว่าคณะกรรมการลงคะแนนจะเห็นด้วยกับมุมมองของเขาหรือไม่ จนกว่าจะมีการประกาศผู้ชนะ เอ็มบัปเป้จะยังคงเป็นกำลังสำคัญของเรอัล มาดริดต่อไป ในขณะที่พวกเขามุ่งมั่นที่จะยุติการรอคอยถ้วยรางวัลในฤดูกาลนี้

14

เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กองหน้าตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่สามารถทำประตูได้เลยตลอดการลงสนามพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ หากแมตช์นั้นมี ลิซานโดร มาร์ติเนซ ลงคุมแนวรับให้กับปีศาจแดง

ฮาแลนด์ทำแฮตทริกได้ในเกมดาร์บี้แมตช์แมนเชสเตอร์ครั้งแรกเมื่อปี 2022 แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถทำประตูใส่แมนฯ ยูไนเต็ดได้อีกเลยเมื่อมาร์ติเนซลงสนาม

อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนซไม่สนใจสถิติที่น่าประทับใจของเขากับฮาแลนด์:

“นั่นมันอดีตไปแล้ว ผมต้องเตรียมพร้อมเพราะเกมนี้จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง”

15

ชาบี อลอนโซ ยอมรับว่าเขาอยากเห็นเชลซีคว้าชัยจากเกมที่ “น่าเบื่อ” บ้าง หลังปัญหาในแนวรับยังตามหลอกหลอนจนเปิดทางให้ฮัลล์ ซิตี้ บุกมาแบ่งแต้มถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยผลเสมอ 2-2

อลอนโซรู้ดีว่าคุณภาพในเกมรุกของทีม ซึ่งยิงไปแล้ว 10 ประตูจาก 4 เกมลีก กำลังถูกปัญหาในเกมรับแย่งซีน!

“บางทีมันก็น่าดูและสนุกนะ สำหรับเกมรุกของเรา แต่ผมหวังว่าสักวันพวกคุณจะยินดีหากเรามีเกมที่น่าเบื่อ แต่เราชนะ”

“มันเหมือนกับเรายังคงทำผิดพลาดในรูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆ”

“เมื่อเราได้ประตูขึ้นนำ เราต้องพยายามต่อไปและไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งกลับเข้าสู่เกมได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะการเสียประตูแรก เราทำได้ดีกว่านี้แน่นอน มันง่ายเกินไป”

“โมเมนตัมที่เรามีมันหายไป นี่คือสิ่งที่เราต้องแก้ไขกันต่อไป ผมเชื่อว่าเราจะดีขึ้นแน่นอน แต่ตอนนี้มันกำลังส่งผลกระทบต่อผลงานของเรา”

“โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าเราเล่นเกมรุกได้ดีกว่าเกมรับมาก”

“มันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา แม้จะเพิ่งผ่านมาแค่ 4 เกมก็จริง แต่ผมโคตรไม่ชอบเรื่องการเสียประตูแบบนี้เลย”

“เราจะทำได้ดีกว่านี้แน่นอน เมื่อเราเป็นฝ่ายนำ สิ่งสำคัญมากคือการรักษาความเป็นทีมเอาไว้ รักษาระยะห่างและตั้งโซนของผู้เล่นให้เหมาะสม ผมมั่นใจว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้”

หน้า: [1] 2 3 ... 871