เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.





เชียร์บอล

Topics - BigBoss555

หน้า: [1] 2 3 ... 878
1

ค็อบบี้ เมนู และ ลุุค ชอว์ มีรายงานว่าไม่ได้เข้าร่วมซ้อมกับทีมครั้งล่าสุด ก่อนมีคิวไปเยือน 'ตราหมี' แอตลิโก มาดริด ในศึก UCL นัดที่จะถึง

ทั้งสองรายลงเล่น 90 นาที (ชอว์เปลี่ยนตัวตอนทดเจ็บ) ในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์สไป 1-1

ขณะที่นักเตะที่เจ็บก่อนหน้าและไม่สามารถลงในนัดถัดไปได้ ได้แก่ เบนจามิน เชชโก้, แพทริค ดอร์กู, นุสแซร์ มาซราอุย, มัทไธส์ เดอ ลิกต์ และ มานูเอล อูการ์เต้

ถือว่าเป็นสภานการณ์ที่เลวร้ายมากสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากทั้งสองคนลงไม่ได้ เนื่องจากขนาดทีมจะลดลงไปอีกรวมถึงฟอร์มกระท่อนกระแท่นของทีม

ดาวรุ่งอย่าง แจ็ค เฟลทเชอร์ (กองกลาง) และ แดน อาร์เมอร์ (กองหลัง) ได้มีชื่อเข้าร่วมซ้อมในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีเวลาประเมินจนถึงเที่ยงวันของวันนี้ (เวลาอังกฤษ) ว่าจะหนีบ เมนู และ ชอว์ ไปด้วยหรือไม่

สำหรับผู้เล่นทดแทนในตำแหน่งแบ็คทั้งสองฝั่งนั้น คาดว่าจะเป็น ดิโอโก้ ดาโลต์ และ เลนี่ โยโร่ ในขณะที่ แฮร์รี่ อามาส ก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับแบ็คซ้าย

2

เดอะซัน สื่อจอมแฉมีรายงานว่าไมเคิล คาร์ริค กุนซือท่านปลัดกำลังแสดงอาการที่บ่งชี้ว่า เขาคาดว่าจะถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากการเริ่มต้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีกที่ย่ำแย่ ด้วยความล้มเหลวของพลพรรคปีศาจแดงในการคว้าชัยชนะเหนือท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์เมื่อเร็วๆ นี้ ยิ่งทำให้สถานการณ์ของอดีตมิดฟิลด์ตัวกลางรายนี้ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบัน คาร์ริคกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากทีมของเขามีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากการเสมอกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 1-1 อย่างน่าผิดหวัง ดาร์เรน สแตนตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายและนักสืบเอกชน ได้ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณทางกายภาพหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าโค้ชกำลังใกล้ถึงจุดแตกหักแล้ว

สแตนตัน อดีตนักสืบตำรวจ ปัจจุบันเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายและนักสืบเอกชน ตั้งข้อสังเกตว่า คาร์ริกดูเหมือนจะเป็นคนที่รู้สึกกดดันอย่างมาก และระบุ "สัญญาณอันตราย" 4 ประการในการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งล่าสุดของเขาว่า "ประการแรก เราเห็นการยักไหล่ข้างเดียว ซึ่งบ่งบอกถึงการขาดความมั่นใจอย่างสิ้นเชิงในสิ่งที่เขาพูดเมื่อพูดถึงบางส่วนของเกมที่ดีขึ้น เขาไม่มีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงในสิ่งที่เขาพูด" ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายกล่าวกับเดอะซัน

นอกจากนี้ รอยย่นบนหน้าผากของคารริกยังถูกอ้างว่าเป็นหลักฐานของความทุกข์ในใจ ความวิตกกังวล และความคับข้องใจที่เพิ่มมากขึ้น สแตนตันยังสังเกตเห็นการเม้มริมฝีปากอย่างมาก ซึ่งเขาตีความว่าเป็นความพยายามโดยตั้งใจที่จะเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สโมสรกำลังเผชิญอยู่

ตัวบ่งชี้สำคัญสุดท้ายที่กล่าวถึงคือ ท่าทางแสดงความมั่นใจในตนเองของคาร์ริก โดยการแลบลิ้นออกมา ซึ่งสแตนตันเปรียบเทียบกับพฤติกรรมสงบสติอารมณ์ที่มักพบเห็นในเด็กเล็กที่ไม่สบายใจในสภาพแวดล้อมของตน

"การแลบลิ้นออกมาแบบนั้นเป็นการแสดงออกเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ซึ่งเรามักเห็นในเด็กวัยเล็กๆ เมื่อพวกเขารู้สึกไม่สบายใจและอึดอัดในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง คาร์ริคเองก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมากในตอนนี้กับงานของเขาและสถานการณ์ที่เป็นอยู่" สแตนตันอธิบาย

เขายังสังเกตอีกว่า คาร์ริคดูหน้าซีดเซียวและเหงื่อออกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งบ่งชี้ถึงปฏิกิริยา "หนีปัญหา" ทางสรีรวิทยาที่สัญชาตญาณของผู้จัดการทีมคือการหนีให้ไกลจากสถานการณ์ตึงเครียดที่โอลด์แทรฟฟอร์ดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สถิติเกี่ยวกับฤดูกาลปัจจุบันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างความไม่สบายใจให้กับบอร์ดบริหารของสโมสรเป็นอย่างมากหลังเก็บได้เพียง 6 คะแนนจาก 6 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลในลีกสูงสุดที่แย่ที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ คาร์ริค ซึ่งเคยเข้ามาช่วยฟื้นฟูทีมในฐานะกุนซือชั่วคราวแทนรูเบน อโมริม ตอนนี้กลับพบว่าบทบาทถาวรนั้นยากลำบากกว่าที่คิดไว้เยอะ

แม้ว่าเขาจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเก็บ 39 คะแนนจาก 17 เกมในช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว แต่โมเมนตัมนั้นได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้สโมสรตกไปอยู่อันดับที่ 12 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกแล้ว

3

แบรดลีย์ บาร์โคล่า ปีกน้ำอัดลมราคาแพงของลิเวอร์พูล ได้อธิบายถึงสาเหตุที่เขาไม่สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นในพรีเมียร์ลีกได้ รับพรีเมียร์ลีกมีความเข้มข้นในเกมสูงมากกว่าลีกเอิง

บาร์โคล่ากลายเป็นนักเตะที่ลิเวอร์พูลซื้อมาด้วยค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของสโมสรในช่วงฤดูร้อน โดยมีค่าตัวรวม 123 ล้านปอนด์เมื่อย้ายมาจากปารีส แซงต์-แชร์แมง

ต้องยอมรับว่าฟอร์มการเล่นในช่วงต้นฤดูกาลของนักเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้ยังไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร โดยบาร์โคล่ายังไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ให้กับทัพหงส์แดงได้เลย

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของบาร์โคล่าคือการวิ่งลงมาช่วยเกมรับและส่งบอลให้มิลอส เคอร์เคซในแดนของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แต่ในอีกฝั่งของสนาม บาร์โคล่ากลับเล่นได้ไม่ดีในด้านการโจมตีในแนวรุก

หลังจบเกม บาร์โคล่าให้ สัมภาษณ์กับสกายสปอร์ตส์โดยให้ข้อมูลเชิงลึกว่าทำไมผู้เล่นอย่างเขาถึงประสบความสำเร็จในลีกเอิง ฝรั่งเศส แชมเปี้ยนส์ลีก และแม้แต่ในระดับนานาชาติ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก

“ในลีกเอิงฝรั่งเศสเป็นลีกที่เน้นพละกำลังมาก แต่ที่นี่ ผมว่ามันเน้นพละกำลังมากกว่าในแง่ของการวิ่งที่คุณต้องทำ เกมดำเนินไปแบบบุกและรับตลอดเวลา” บาร์โคล่ากล่าว (อ้างอิงจากฟาบริซิโอ โรมาโน่ )

“ความเข้มข้นในเกมมันสูงมาก แต่ก็เป็นเหตุผลที่ผมมาที่นี่ มันเป็นความท้าทายใหม่สำหรับผมเลย”

4

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลัง ลิเวอร์พูล ออกโรงฟันธงว่าการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ น่าจะเหลือเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อาร์เซน่อล ที่ต้องขับเคี่ยวกันจนถึงโค้งสุดท้าย หลังทัพ “เรือใบสีฟ้า” โชว์ฟอร์มสุดโหดบุกถล่ม “หงส์แดง” 10 คน 3-0 ถึงสนามแอนฟิลด์ พร้อมเก็บชัยชนะรวด 6 นัด มี 18 คะแนนเต็ม นำจ่าฝูงเหนือทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 15 คะแนน

คาร์ราเกอร์ ยอมรับว่าแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ คงมีความสุขกันสุดขีดกับชัยชนะครั้งนี้ เพราะการบุกมาคว้าสามแต้มที่แอนฟิลด์ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับกองเชียร์ทุกคน โดยเฉพาะเมื่อทีมกำลังเผชิญแรงกดดันจากประเด็นนอกสนาม แต่ยังสามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนเดินหน้าเก็บชัยชนะต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษมองว่า ยิ่ง แมนฯ ซิตี้ ชนะมากเท่าไร กระแสต่อต้านจากแฟนบอลคู่แข่งก็อาจยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น เพราะหลายฝ่ายต่างจับตาคดีการเงินของสโมสรอย่างใกล้ชิด โดย คาร์ราเกอร์ เข้าใจดีว่าแฟนบอลเรือใบย่อมต้องออกมาปกป้องทีมรักของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึกของผู้คนทั่วประเทศยังคงเป็นประเด็นละเอียดอ่อน

คาร์ราเกอร์ ยังเรียกร้องให้กระบวนการเกี่ยวกับคดีการเงินของ แมนฯ ซิตี้ ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพราะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อภาพรวมของการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล กำลังเป็นสองทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์มากที่สุด ซึ่งเจ้าตัวไม่ต้องการให้เรื่องนอกสนามกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้การแข่งขันขาดความชัดเจน

สำหรับการลุ้นแชมป์ในมุมมองของ คาร์ราเกอร์ เขาเชื่อว่า “เรือใบสีฟ้า” และ “ปืนใหญ่” มีคุณภาพเหนือกว่าคู่แข่งทีมอื่นอย่างชัดเจน จนยากจะมีใครก้าวขึ้นมาแทรกกลางได้ ทำให้คาร์ร่าฟันธงตั้งแต่ยังไม่พ้นช่วงต้นฤดูกาล พรีเมียร์ลีกอาจมีถึง 20 ทีม แต่ถ้าพูดถึงแชมป์จริง ๆ ตอนนี้เหลือแค่เรือกับปืนที่ต้องวัดกันยาว ๆ

5

Football Insider รายงานว่า ลิเวอร์พูล กำลังพิจารณาเคลื่อนไหวคว้าตัว จอช คิง ห้องเครื่องของ ฟูแล่ม ในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม หลังเจ้าตัวออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ได้อย่างน่าประทับใจ

มิดฟิลด์วัย 19 ปีรายนี้ยังเป็นที่ต้องการของอีกหลายทีม ทั้ง อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ทัพ "คอตเทจ" ไม่เต็มใจที่จะปล่อยตัวแข้งรายนี้ออกไป

ทั้งนี้ ทัพ "หงส์แดง" จะยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของคิงต่อไป โดยสัญญาปัจจุบันของเจ้าตัวกับฟูแล่มจะหมดลงในปี 2029

6

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแข้งปีศาจแดง ได้ออกคำเตือนอย่างตรงไปตรงมาต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากผลเสมอที่น่าผิดหวังกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทำให้พวกเขารั้งอันดับ 12 อยู่กลางตารางคะแนนในลีก โดยตำนานของสโมสรเรียกร้องให้ทีมของไมเคิล คาร์ริค แก้ไขปัญหาในแดนกลางโดยทันที มิเช่นนั้นจะต้องเผชิญกับผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ลงในอนาคต

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักหลังจากเสมอกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์อย่างน่าผิดหวัง ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด โดมินิก โซลันกี้ ยิงประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้กับทีมเยือนที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ทำให้ปีศาจแดงไร้ชัยชนะติดต่อกัน 4 นัดในทุกรายการ

แฟนบอลเจ้าบ้านแสดงความผิดหวังด้วยการโห่ทีมอย่างดังทั้งช่วงพักครึ่งและหลังจบเกม ผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังนี้ทำให้ทีมของคาร์ริครั้งอันดับ 12 ในตารางพรีเมียร์ลีก

เนวิลล์ อดีตกัปตันทีม ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับทิศทางของสโมสรในปัจจุบัน เขาเชื่อว่าทีมต้องหาทางแก้ไขฟอร์มที่ตกต่ำอย่างมากแบบนี้โดยเร็วที่สุดมิฉะนั้น แกไม่รอดแน่

ในรายการพอดแคสต์ของแกรี่ เนวิลล์อดีตผู้เล่นกองหลังได้เน้นย้ำถึงปัญหาทางแท็กติกเฉพาะจุดในทีมตัวจริง โดยระบุว่าคู่มิดฟิลด์อย่างยูริ ตีเลอมันส์และค็อบบี้ ไมนู เป็นจุดที่น่าเป็นห่วงอย่างมากสำหรับทีม

"ผมคิดว่าเราเห็นการเล่นของตีเลอมันส์และไมนูมามากพอแล้ว" เนวิลล์อธิบาย "ผมไม่ได้บอกว่าพวกเขาหมดอนาคตแล้วนะ เพราะนั่นอาจจะรุนแรงเกินไป แต่ผมเห็นมากพอที่จะคิดว่านี่ไม่ใช่กองกลางที่มีพลังงานมากพอที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีกกับสโมสรแห่งนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อ่ะ"

"ผมคิดว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นผู้เล่นที่ดีนะในระดับส่วนบุคคล แต่บางครั้งผู้เล่นบางคนอาจไม่เข้ากันหรือไม่เหมาะสมกับกันและกัน ผมบอกได้แค่นั้น"

เห็นได้ชัดว่าคาร์ริคประสบปัญหาในการสร้างความลงตัวในแดนกลางในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เนวิลล์แนะนำว่าการเปลี่ยนตัวผู้เล่นอาจช่วยแก้ปัญหาการขาดความเข้มข้นของเกมอย่างเห็นได้ชัด เขาชื่นชมผลกระทบในทันทีของตัวสำรองในเกมกับท็อตแน่ม

เนวิลล์กล่าวเสริมว่า "ผมคิดว่าตอนที่ [คาร์ลอส] บาเลบาลงสนามพร้อมเล่นกับไมนู มันดูเหมือนว่ามีทีมเริ่มพลังงานมากขึ้นเยอะเลยครับ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างในทีม และคนอื่นๆ ก็ต้องตั้งสติให้ดี เพราะพวกเขาจะต้องไปเยือนแอตเลติโก มาดริดของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่สนามเมโทรโปลิตาโน่"

"ถ้าคุณไม่พร้อมทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย ใจไม่สู้ คุณก็จะถูกจับทางได้แน่ๆ พวกเขามีเวลาสองสามวันในการพักฟื้น ฟื้นตัว และเริ่มต้นใหม่ เพราะถ้าพวกเขาไม่เริ่มต้นใหม่ตอนนี้ มันจะเป็นช่วงเวลาน่าเป็นห่วงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอย่างแน่นอน"

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากต้องเผชิญกับตารางการแข่งขันที่หนักหน่วงอย่างเหลือเชื่อในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พวกเขาจะเดินทางไปสเปนเพื่อเล่นกับแอตเลติโก มาดริด ของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกเย็นวันอังคาร หลังจากเกมยุโรปที่ยากลำบาก พวกเขาจะเดินทางไปยังเอลแลนด์ โร้ด เพื่อลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกสุดดุเดือดกับลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์หน้า

7

TEAMtalk รายงานว่า เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า คือสองสโมสรที่มีโอกาสมากที่สุดในการดึงตัว มิคาเอล โอลิเซ่ ออกจาก บาเยิร์น มิวนิก ขณะที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้แสดงความสนใจกลับไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกน้อยมาก

แม้ ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังคงให้ความสนใจในตัวปีกรายนี้อยู่ แต่เวลานี้เจ้าตัวมีความสุขดีกับการค้าแข้งในเยอรมนี และเปิดใจพร้อมเซ็นสัญญาฉบับใหม่

ทั้งนี้ ทัพ "เสือใต้" เตรียมยื่นข้อเสนอขึ้นค่าเหนื่อยให้เจ้าตัวแบบก้อนโต เพื่อรักษาตัวดาวเตะคนสำคัญรายนี้เอาไว้กับทีมต่อไป

8

ไมเคิล คาร์ริค กุนซือมาดปลัด ยอมรับว่าเขารู้สึกน้อยใจและเจ็บปวดอย่างมากกับบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงในช่วงท้ายเกมที่ทำให้เสมอกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 1-1 พลพรรคปีศาจแดงไม่สามารถรักษาชัยชนะไว้ได้แม้จะมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคน ส่งผลให้ตำแหน่งของผู้จัดการทีมของเขาถูกจับตามองอย่างหนักในช่วงนี้

การเริ่มต้นฤดูกาลที่ย่ำแย่ยิ่งทำให้ความตึงเครียดรอบ ๆ โอลด์แทรฟฟอร์ดเพิ่มสูงขึ้น โดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 5 จาก 6 นัดแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (เสมอ 3 แพ้ 2) ซึ่งเป็นจำนวนนัดที่ไม่ชนะเท่ากับจำนวนนัดที่ไม่ชนะใน 17 นัดลีกที่พวกเขาทำได้ภายใต้การคุมทีมของคาร์ริคเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

เมื่อพูดถึงปฏิกิริยาจากบนอัฒจันทร์คาร์ริคไม่ได้ปิดบังผลกระทบทางอารมณ์ที่คำวิจารณ์เหล่านั้นมีต่อตัวเขาและผู้เล่นของเขาว่า 'มันไม่ดีเลย มันน่าเศร้า น่าน้อยใจ มันเจ็บปวดมากๆ เพราะผมรักสโมสรแห่งนี้ แต่ผมเข้าใจความผิดหวังของแฟนบอล ความจริงก็คืออย่างที่เป็นอยู่ เราต้องกลับมาคว้าชัยชนะให้ได้ในเกมหน้า' อดีตมิดฟิลด์ทัพปีศาจอแดงกล่าวกับรายการ BBC Match of the Day

เกมนี้แบ่งออกเป็นสองครึ่งอย่างชัดเจน โดยยูไนเต็ดเริ่มต้นอย่างเชื่องช้าเช่นเคย ทำให้สเปอร์สเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะการเล่น เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้น คาร์ริคกล่าวถึงความยากลำบากที่ทีมของเขาเผชิญในการหาจังหวะการเล่นที่ลงตัว 'มันเป็นเกมที่ผสมผสานกันไป เราพบว่ามันยากในช่วงเริ่มต้นเกม ด้วยเหตุผลหลายประการ เรายังดูไม่พร้อมอย่างเต็มที่เลย คุณจะเห็นได้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมากๆนะสำหรับเรา' เขายอมรับผลงานในช่วงครึ่งแรกที่ไม่ดีนักแล

ท็อตแน่มเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนหลังจากนั้นไม่นาน โรดริโก้ เบนทันกูร์ ได้รับใบแดงโดยตรงจากการปะทะกับลุค ชอว์ ทำให้ทีมเยือนอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก อย่างไรก็ตาม แทนที่พลพรรคปีศาจแดงจะปิดเกม โดมินิก โซลันกี้ สวมปลอกแขนกัปตันทีมสเปอร์สเป็นครั้งแรก พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นฮีโร่ของทีมเยือน ในนาทีที่สองของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เขากระโดดขึ้นโหม่งลูกครอสจากซานโดร โตนาลี่ เข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้สเปอร์สได้แต้มอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับคาร์ริคแล้ว วิธีการเสียประตูตีเสมอเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเป็นพิเศษ เนื่องจากทีมของเขาน่าจะควบคุมเกมได้มากกว่านี้ 'พวกนักเตะเราเล่นได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน การที่เราได้เกมอย่างที่เราต้องการ ในสถานการณ์ที่ดีเช่นนั้น เราน่าจะรักษาสกอร์เอาไว้ได้ เราต้องจัดการกับสถานการณ์เหล่านั้นให้ดีกว่านี้ สองประตูในช่วงท้ายเกมทำให้เราเจ็บปวด ล่าสุดกับเอฟเวอร์ตัน และสถานการณ์ดูแตกต่างออกไปมาก นั่นคือความจริง' คาร์ริคอธิบายทิ้งท้าย

9

รูเบน อโมริม กุนซือหลังสามทัพรอสโซ่เนรี่ กล่าวว่าช่วงเวลาที่เขาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สอนให้เขารู้ว่าทุกการตัดสินใจมีความสำคัญมากเพียงใดในสโมสรระดับโลก และเขาเชื่อว่าเส้นทางอาชีพของเขานำพาเขามาสู่มิลาน จนเป็นแชมป์ได้สำเร็จ

อ้างอิงจาก MilanNews24 โค้ชชาวโปรตุเกสให้สัมภาษณ์กับ DAZN ขณะที่เอซี มิลานเตรียมกลับมาลงสนามในศึกเซเรีย อา ที่สนามซาสซูโอโล่ โดยมีโปรแกรมการแข่งขัน 9 นัดในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ซึ่งมี 3 นัดอยู่ในยูโรป้าลีก

อโมริมเข้ารับตำแหน่งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากเคยทำงานที่สปอร์ติ้ง ซึ่งเขาคว้าแชมป์ลีกได้สองสมัย และที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เขาเห็นว่างานใหม่ของเขามีความคล้ายคลึงกับงานเก่ามากกว่าจึงตกลงเข้าคุมทัพปีศาจแดงในเวลาต่อมา

“ประสบการณ์ที่ผมสั่งสมมาจากสโมสรอื่นๆ ช่วยผมในการรับมือกับทุกความท้าทาย หรือความท้าทายใหม่ๆ ที่นี่คล้ายกับที่โปรตุเกส มันเป็นความกดดันอีกแบบหนึ่ง เพราะคนนอกสโมสรติดตามทีมอย่างใกล้ชิดและหลงใหล นั่นคล้ายกับที่โปรตุเกส และผมก็คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตแบบนั้น ในอังกฤษมันแตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัดมาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นสโมสรระดับโลกเช่นเดียวกับมิลาน ดังนั้นทุกสิ่งที่คุณทำจึงมีความสำคัญ และนั่นช่วยให้ผมพยายามประพฤติตนให้ดีที่สุดที่นี่ในมิลาน ในความคิดของผม ทุกสิ่งที่ผมเคยประสบมาในอาชีพการงานนั้นก็เพื่อมาถึงจุดนี้ ณ ที่แห่งนี้”มันพิเศษมากๆ สโมสรพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือผมเสมอมา”

มิลานอยู่อันดับที่ 5 มี 11 คะแนน ตามหลังสามทีมจ่าฝูงอยู่ 2 คะแนนอโมริมยังปกป้องและสนับสนุนกอนซาโล่ รามอส โดยยืนยันว่ากองหน้าคนนี้ซึ่งเซ็นสัญญาเข้ามาในช่วงซัมเมอร์จะทำประตูได้แน่นอน หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกเนชั่นส์ลีกกับโปรตุเกส

“ผมจะไม่บอกว่ารามอสควรวิ่งน้อยลงหรือมากขึ้น ผมจะไม่พูดแบบนั้นกับผู้เล่นคนไหนเด็ดขาด สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาทำประตูได้ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมรู้ดีว่ากองหน้าจำเป็นต้องทำประตู และเขาจะทำได้ เขาทำงานหนักมาก และถ้าเขาทำประตูได้ ก็ต้องขอบคุณกอนซาโล่ รามอสด้วย”

อโมริม กล่าวว่าการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้คำนึงถึงอนาคตควบคู่ไปกับปัจจุบันด้วย “เรากำลังดึงตัวผู้เล่นที่พร้อมใช้งานอย่างรามอส ซึ่งเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว แต่เราก็ต้องการดึงตัวผู้เล่นที่มีพรสวรรค์อย่างโมเรย์ร่าเข้ามาด้วยเช่นกัน ผมมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ และผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบอย่างมากที่จะช่วยให้สโมสรแห่งนี้กลับไปสู่จุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง”

10

ชาบี ซิมอนส์ มิดฟิลด์ใฝ่เรียนของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไม่ยอมให้ช่วงเวลาพักยาวมาขัดขวางการพัฒนาตนเอง โดยนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์รายนี้หันไปหาความท้าทายใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างฮาร์วาร์ด เพลย์เมกเกอร์วัย 23 ปีรายนี้ได้ลงทะเบียนเรียนที่ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สคูล อย่างเป็นทางการแล้ว ในขณะที่เขายังคงเดินหน้าฟื้นฟูร่างกายจากการผ่าตัดหัวเข่าครั้งใหญ่

ซิมอนส์กำลังนำพรสวรรค์ของเขาจากสนามท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปสู่ห้องเรียนอันทรงเกียรติของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นักเตะชาวดัตช์ผู้เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์รายนี้ ซึ่งพักรักษาตัวมาตั้งแต่เดือนเมษายนหลังจากได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าฉีกขาดอย่างรุนแรง กำลังใช้ช่วงเวลาพักฟื้นเพื่อขยายขอบเขตความรู้และประสบการณ์นอกสนามฟุตบอล อาการบาดเจ็บครั้งนี้เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่ออาชีพของเขา เพราะไม่เพียงแต่ทำให้ฤดูกาลในประเทศของเขาต้องจบลงก่อนกำหนด แต่ยังทำให้เขาพลาดการแข่งขันฟุตบอลโลกกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์อีกด้วย

มิดฟิลด์รายนี้เพิ่งใช้เวลาอยู่ในสหรัฐอเมริกาเพื่อเร่งฟื้นฟูร่างกาย โดยใช้โอกาสนี้ไปเยี่ยมชมวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในบอสตัน แม้ว่าเขายังคงมุ่งมั่นกับหน้าที่ของเขาที่ท็อตแนมอย่างเต็มที่ แต่การศึกษาเล่าเรียนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตนเองของเขา

แทนที่จะจมอยู่กับความคับข้องใจจากข้อจำกัดทางร่างกาย ซิมอนส์ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการ Crossover into Business อันโด่งดังของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลักสูตรเฉพาะนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยนักกีฬาอาชีพชั้นนำในการก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจและการเป็นผู้นำองค์กรที่ซับซ้อน โดยจะจับคู่ผู้เข้าร่วมกับนักศึกษา MBA ของฮาร์วาร์ดซึ่งทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยแนะนำนักกีฬาผ่านกรณีศึกษาทางธุรกิจและกลยุทธ์การจัดการต่างๆ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของซิมอนส์ที่จะเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังการแข่งขัน แม้ว่านี่จะเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของอาชีพการงานของเขา

ซิมอนส์ใช้ LinkedIn เพื่อแสดงความตื่นเต้นเกี่ยวกับบทบาทใหม่นี้ โดยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความกระหายความรู้เป็นส่วนสำคัญของบุคลิกภาพของเขา “ผมกำลังจะกลับไปเรียนต่อครับ ในช่วงพักฟื้น ผมพยายามใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ให้สูงสุด ฟุตบอลยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผม แต่ผมก็อยากเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ นอกสนามด้วย ผมสนใจมากกว่าแค่ฟุตบอลเสมอ ผมอยากเข้าใจด้านธุรกิจของวงการฟุตบอลให้ดีขึ้น เรียนรู้จากผู้คนในอุตสาหกรรมต่างๆ และพัฒนาตัวเองในฐานะบุคคล” มิดฟิลด์รายนี้เขียนไว้ ตามที่ BBC  Sport รายงาน

แม้จะมีภาระผูกพันด้านการเรียนใหม่ แต่ซิมอนส์ก็รีบให้ความมั่นใจกับแฟนบอลท็อตแน่มว่าเป้าหมายหลักของเขายังคงเป็นการกลับมาเล่นฟุตบอลอาชีพอีกครั้ง เพลย์เมกเกอร์รายนี้อยู่ในฟอร์มที่ดีเยี่ยมก่อนได้รับบาดเจ็บ โดยทำไป 5 ประตูให้กับสเปอร์สในฤดูกาลที่แล้ว และสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเป็นส่วนสำคัญของแนวรุก เขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกับทีมแพทย์ของสโมสรเพื่อให้แน่ใจว่าหัวเข่าของเขามีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรับมือกับความหนักหน่วงของพรีเมียร์ลีกเมื่อเขากลับมาลงสนามในที่สุด

"การได้กลับลงสนามยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของผม ในขณะเดียวกัน ผมต้องการใช้ช่วงเวลานี้เพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากฟุตบอล ผมตั้งตารอที่จะเริ่มต้น" ซิมอนส์กล่าวเพิ่มเติม

ซิมอนส์ไม่ใช่บุคคลสำคัญในวงการกีฬาคนแรกที่แสวงหาการศึกษาในสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้ โครงการ Crossover into Business เคยมีดาราจากหลากหลายวงการกีฬาเข้าร่วมมาก่อน รวมถึงตัวแทนจาก NBA และ NFL วิคตอเรีย อซาเรนก้า แชมป์แกรนด์สแลมสองสมัยก็เป็นหนึ่งในศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง ขณะที่เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า กองกลางจากเรอัล มาดริด เพิ่งจบหลักสูตรที่คล้ายกันในด้านธุรกิจบันเทิงและสื่อ แม้แต่บุคคลระดับตำนานอย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็เคยมีความสัมพันธ์กับฮาร์วาร์ด โดยอดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยรับบทบาทเป็นอาจารย์ที่นั่นด้วย

11

อาร์เน่อ สล็อต อดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวอาจหวนกลับมารับงานในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวเปิดกว้างกับโอกาสเข้าคุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หากทัพ “ไก่เดือยทอง” ตัดสินใจแยกทางกับ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากผลงานช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล

กุนซือชาวดัตช์ยังว่างงานนับตั้งแต่แยกทางกับ ลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ก่อนหน้านั้นหนึ่งปี ทำให้ชื่อของเขายังคงเป็นตัวเลือกน่าสนใจสำหรับสโมสรที่กำลังมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่ โดยเฉพาะ สเปอร์ส ที่ผลงานยังไม่เข้าตาแฟนบอล

โดย ทอร์-คริสเตียน คาร์ลเซ่น คอลัมนิสต์ของ อีเอสพีเอ็น เปิดเผยว่า สล็อต เคยเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะรับงานคุม สเปอร์ส ตั้งแต่ปี 2023 ก่อนสโมสรเลือก แอนจ์ พอสเตโคกลู ไปทำหน้าที่แทน และด้วยโครงสร้างบริหารที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน จึงมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับมาพิจารณาโอกาสร่วมงานกันอีกครั้ง

ในแง่แท็กติก คาร์ลเซ่น มองว่า สล็อต มีแนวทางที่เหมาะกับขุมกำลังของ “ไก่เดือยทอง” เพราะชื่นชอบฟุตบอลครองบอล เพรสซิ่งหนัก และเปลี่ยนจังหวะเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว แม้มีบางส่วนคล้ายกับระบบของ เด แซร์บี้ แต่ก็ต้องปรับรายละเอียดเรื่องการยืนตำแหน่งและการเคลื่อนที่ให้เข้ากับแนวทางของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างยังเป็นเพียงกระแสข่าว เพราะ สเปอร์ส ยังไม่ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือ และไม่มีการยืนยันเรื่องการเจรจาอย่างเป็นทางการ งานนี้ สล็อต อาจพร้อมกลับมาลุยพรีเมียร์ลีก แต่ก่อนจะได้ขึ้นเก้าอี้ไก่เดือยทอง ต้องรอดูก่อนว่า เด แซร์บี้ จะโดนเด้งจริงหรือไม่นั่นเอง!

12

ต้องรวมใจเป็นหนึ่ง! เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงปลุกขวัญเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ก่อนยกพลบุกเยือน ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมนี้ หลังทีมกำลังเผชิญกระแสกดดันอย่างหนักจากคดีละเมิดกฎการเงิน 115 ข้อหา ซึ่งตามรายงานในต้นฉบับระบุว่าสโมสรถูกตัดสินว่าผิดถึง 114 ข้อหา

แน่นอนว่า สถานการณ์นอกสนามกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วถิ่นเอติฮัด แต่ลูกทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ยังมีภารกิจสำคัญรออยู่ นั่นคือการบุกไปเยือนแอนฟิลด์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสุดเดือด โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ต้องเผชิญเสียงกดดันจากสาวก “เดอะ ค็อป” ตลอดทั้งเกม

อย่างไรก็ตาม ฮาลันด์ ไม่คิดปล่อยให้เรื่องราวเหล่านี้ทำลายสมาธิของทีม พร้อมกระตุ้นทุกคนให้สามัคคีและมองโลกในแง่ดี โดยย้ำว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนต้องยิ้มเข้าไว้ เดินหน้าทำหน้าที่ของตัวเอง และพยายามคว้าชัยชนะในสนามให้ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่นักฟุตบอลสามารถควบคุมได้

หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์ยังเปิดใจถึงความผูกพันกับประเทศอังกฤษ โดยเผยว่าครอบครัวเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานหลายปี ทั้งในน็อตติงแฮมและลีดส์ ขณะที่ตัวเขาเองก็ใช้ชีวิตช่วง 4 ปีแรกในอังกฤษ ทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับสโมสรและเข้าใจความรู้สึกของแฟนบอลเป็นอย่างดี เพราะตัวเขาก็มีหัวใจของกองเชียร์ไม่ต่างกัน

แม้มรสุมนอกสนามจะหนักหนาเพียงใด แต่ ฮาลันด์ ยังเชื่อว่าความสามัคคีจะช่วยให้ทีมก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากได้ งานนี้เรือใบอาจเจอคลื่นลมแรงก่อนออกจากท่า แต่ถ้าลูกเรือยังพร้อมสู้ ก็ต้องมาดูกันว่า ฮาลันด์ จะพาซิตี้ฝ่าพายุแอนฟิลด์กลับออกมาพร้อมสามแต้มได้หรือไม่!

13

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกกระตุ้นให้เลิกคิดมากแล้วหันมาจริงจังกับการคว้า แฮร์รี่ เคน หลัง ดิออน ดับลิน อดีตหัวหอกชื่อดัง ออกโรงสนับสนุนให้ “ปีศาจแดง” ทุ่มเงินดึงกัปตันทีมชาติอังกฤษกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก โดยยืนยันว่าดาวยิง บาเยิร์น มิวนิค ยังมีคุณภาพมากพอจะเป็นตัวจริงให้ทุกสโมสรในลีก

แม้ เคน จะเข้าสู่วัย 33 ปี แต่ผลงานกลับสวนทางกับอายุอย่างสิ้นเชิง หลังถล่มไปถึง 152 ประตูจาก 154 เกมให้บาเยิร์น ทำให้ ดับลิน มั่นใจว่าหาก ยูไนเต็ด ได้ตัวมาร่วมทีมสักหนึ่งหรือสองฤดูกาล ก็มีโอกาสได้รับประโยชน์มหาศาลจากประสบการณ์และความเฉียบคมของเจ้าตัว

อดีตดาวยิงมองว่าอาวุธเด็ดของ เคน อยู่ที่ความฉลาดในการเคลื่อนที่ เพราะนอกจากหาพื้นที่จบสกอร์ได้ยอดเยี่ยมแล้ว ยังถอยต่ำลงมาเชื่อมเกมเหมือนมิดฟิลด์ ก่อนกลับขึ้นไปเล่นงานแนวรับคู่แข่ง ทำให้เซนเตอร์ฮาล์ฟหลายคนต้องเจอปัญหาในการตามประกบหัวหอกที่ไม่ได้ยืนอยู่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา

ดับลินยังสะกิดบอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าหากต้องการนักเตะระดับนี้ก็ต้องกล้าลงทุน แม้ เคน กำลังมีข่าวเจรจาต่อสัญญากับ “เสือใต้” แต่หากมีโอกาสเปิดขึ้นมาก็ควรลองยื่นข้อเสนอ โดยตัวเลข 70-80 ล้านปอนด์ที่ถูกพูดถึงไม่ใช่จำนวนที่เขามองว่าแพงเกินไปสำหรับกองหน้าระดับโลก

เหตุผลของ ดับลิน ฟังดูเรียบง่าย เพราะฟุตบอลตัดสินกันที่ประตู และนักเตะที่ทำหน้าที่นี้ได้อย่างสม่ำเสมอมีอยู่ไม่กี่คนบนโลก แต่ถึงผีแดงจะพร้อมทุ่มเงินตามคำแนะนำ ก็ยังต้องผ่านด่านใหญ่ทั้งบาเยิร์นและตัวนักเตะเอง งานนี้ไม่ใช่แค่ถามว่า “แมนยูมีเงินไหม” แต่ต้องถามด้วยว่า เคนอยากกลับมาหรือยัง!ด้วย

14

มัตเตโอ ดาร์เมียน แบ็กมากประสบการณ์ ได้เซ็นสัญญากับโบโลญญ่าแบบไม่มีค่าตัว กลับสู่ลีกสูงสุดอย่างเป็นทางการแล้ว อดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอินเตอร์ มิลานรายนี้ จะเข้ามาเสริมแนวรับของทีม หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบฝีเท้ากับสโมสรเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

โบโลญญ่าได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าได้เซ็นสัญญาคว้าตัวดาร์เมียน แบ็กมากประสบการณ์ อดีตดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอินเตอร์ มิลาน กลับมาสู่เซเรีย อาแบบไม่มีค่าตัว นักเตะวัย 36 ปีรายนี้มีประสบการณ์มากมายในลีกสูงสุดของอิตาลี โดยเคยลงเล่นให้มิลาน 6 นัด, ปาแลร์โม่ 16 นัด, โตริโน่ 151 นัด, ปาร์ม่า 37 นัด และประสบความสำเร็จสูงสุดกับอินเตอร์ มิลาน 218 นัด คว้าแชมป์เซเรียอา และโคปปาอิตาเลียได้ด้วย

ดีลนี้ถือเป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญสำหรับโบโลญญ่า ที่ต้องเข้าสู่ตลาดซื้อขายนักเตะเนื่องจากแนวรับของทีมได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก กองหลังสารพัดประโยชน์รายนี้เซ็นสัญญาที่จะอยู่กับสโมสรที่สนามสตาดิโอ เรนาโต ดัลลาร่า จนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2026-27 ตามรายงานของฟุตบอล อิตาเลีย ข้อตกลงนี้ยังมีเงื่อนไขเฉพาะที่อนุญาตให้สโมสรต่อสัญญากับเขาได้อีก 12 เดือน หากเขาสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปีแรก

โอกาสนี้เกิดขึ้นหลังจากเอมิล โฮล์ม แบ็กขวาของรอสโซบลู ได้รับบาดเจ็บหนักขณะรับใช้ทีมชาติสวีเดนในช่วงพักเบรกเดือนกันยายน-ตุลาคม โฮล์มเข้ารับการผ่าตัดแล้วและคาดว่าจะต้องพักรักษาตัวประมาณ 4-6 เดือน ซึ่งเปิดโอกาสให้ดาร์เมียนกลับมาเล่นในเซเรียอาอีกครั้งหลังจากเป็นนักเตะฟรีเอเจนต์มานานกว่า 3 เดือน

แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่ดาร์เมียนยังคงเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในวงการฟุตบอลอิตาลี ด้วยความน่าเชื่อถือและความชาญฉลาดทางด้านแท็กติก ในช่วงเวลาที่เขาประสบความสำเร็จกับอินเตอร์ เขาลงเล่นไป 218 นัดในทุกรายการ และสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเป็นกำลังสำคัญในยุคแห่งความยิ่งใหญ่ของทีมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตู้เก็บถ้วยรางวัลของเขานั้นเต็มไปด้วยรางวัลมากมาย รวมถึงแชมป์เซเรียอา 3 สมัย, โคปปาอิตาเลีย 3 สมัย และซูเปอร์โคปปาอิตาเลีย 3 สมัย จากช่วงเวลาที่เขาอยู่กับยอดทีมเนรัซซูรี่

นอกเหนือจากความสำเร็จในประเทศแล้ว อดีตนักเตะลูกหม้อของโตริโน่รายนี้ยังเคยลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกถึงสองครั้งในปี 2023 และ 2025 แม้ว่าสุดท้ายแล้วอินเตอร์ มิลานจะจบลงด้วยตำแหน่งรองแชมป์ทั้งสองครั้งก็ตาม

15

เรอัล มาดริด และอีกหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก สนใจที่จะพิจารณาคว้าตัว สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ มิดฟิลด์จอมถล่มประตู หากนาโปลีไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับนักเตะทีมชาติสกอตแลนด์รายนี้ได้

แม็คโทมิเนย์อยู่ในปีที่สามของสัญญา 4 ปีที่เขาเซ็นไว้เมื่อย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมาอยู่กับนาโปลีในฤดูร้อนปี 2024 ด้วยกำหนดเส้นตายในปี 2028 ทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นว่าตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์หน้าอาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ตัวผู้ชนะรางวัล MVP เซเรียอา ฤดูกาล 2024-25 มาครอบครอง เนื่องจากเขาสามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัวในปีถัดไปหากไม่มีการต่อสัญญาฉบับปัจจุบัน

รายงานล่าสุดจากอิตาลีระบุว่า แม็คโทมิเนย์ได้ขอให้ตัวแทนของเขากลับมาเจรจาต่อสัญญาฉบับใหม่กับนาโปลีอีกครั้ง แต่ก็มีข้อเสนอแนะว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ววัน เขาอาจจะพิจารณาข้อเสนอจากสโมสรอื่น ๆ ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่จะถึงนี้

จากรายงานของTuttomercatowebระบุว่า เรอัล มาดริด ได้ติดต่อกับคนสนิทของแม็คโทมิเนย์ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเขา นอกจากนี้สื่อจากอิตาลี ยังอ้างว่าอีกหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีกก็เตรียมที่จะทำเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน นาโปลีไม่ประสงค์จะขายแม็คโทมิเนย์ และหวังว่าจะสามารถกันทีมที่สนใจคว้าตัวเขาไปได้ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมเป็นอย่างน้อย ตามรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

การทำเช่นนี้จะทำให้แม็คโทมิเนย์อยู่กับทีมต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นฤดูกาล 2026-27 และยังจะทำให้นาโปลีมีเวลาเพิ่มอีกสองสามเดือนในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ให้กับกองกลางดาวเด่นของพวกเขา

หน้า: [1] 2 3 ... 878